นางบังเงา .... (Repost ได้รับแจ้งว่าเมนต์ไม่ได้ แก้แล้วนะค่ะ)
posted on 21 Jul 2008 15:09 by sailomteepanmaa in InMyMind
"อีน้อย มึงจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน อีสัตว์ลุกไปหาแดกได้แล้ว เหี้ยกูยิ่งเสียไพ่มาอยู่ไป ไป ไปหาเงิน"
ฉันขยับกายที่ปวดร้าวจนแทบจะแตกหลุดเป็นชิ้น ๆ เหลียวกลับไปมองยังเจ้าของเสียงที่มีกลิ่นเหล้าคละคลุ้งมาแต่ไกล
"ฉันไม่สบายน่ะพี่ ขอพักสักวันไม่ได้เหรอ"
ฉันพยายามอุทรณ์เพราะความอ่อนเพลียจากความเจ็บไข้ได้ป่วยของตนเอง ยังไม่ทันที่คำตอบจะกลับมาฉันก็รู้สึกจุกเข้าที่สีข้าง ด้วยเท้าของผัวรักเข้าเต็ม ๆ
"แหม๋อีสัตว์นี่สำออย ลุกอีดอกได้เวลาแล้วไม่ออกไปหากินแล้วจะเอาอะไรแดกกัน เร็ว ๆ พรุ่งนี้กูจะไปล้างตากับแม่งอีกรอบ"
เสียงขวดเหล้าถูกเหวี่ยงกระทบข้างฝาและแตกรัวราวกับร่างกายอันเปราะบางและกำลังใจที่ใกล้จะดับสูญของฉันที่ใกล้จะดับลง
ฉันรีบขยับกายลุกขึ้นทั้ง ๆ ที่แทบจะไม่มีแรง พี่พงษ์เดินหันหลังให้ฉันและล้มตัวลงนอนบนฟูกข้าง ๆ ไม่นานเสียงลมหายใจก็ทิ้งช่วงยาวและเริ่มกรน
ฉันมองร่างผัวด้วยความปวดร้าว เวรกรรมอันใดของฉันต้องมาทนทรมาณอยู่กับไอ้คนพรรค์นี้ เพียงแต่สังคมจะยอมอภัยให้กับความผิดพลาดในวัยเยาว์และยอมให้โอกาสฉันอีกครั้ง ฉันคงไม่ต้องเลือกทางเดินนี้ และคงไม่ต้องทนอยู่กับผัวชั่ว ๆ คนนี้
ทำอย่างไรได้หละ ในเมื่อในโลกนี้ฉันเหลือมันเพียงคนเดียว ในโลกที่ไม่มีใครยอมรับฉัน อย่างน้อยมันก็ยังยอมที่จะอยู่ด้วย ถึงแม้นมันจะอยู่ด้วยเพื่อเกาะกินเหมือนตัวเหลือบตัวแลนก็ตาม
ฉันแต่งหน้าทำผมเสียใหม่ ร่างในกระจกเปลี่ยนไปจากผู้หญิงสภาพโทรมซูบผอมดูอิ่มเอิบมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้างตามสีสรรค์ที่แต้มแต่งลงไป มันก็คงพรางตาไอ้พวกหื่นกระหายได้บ้าง
ไม่นานนักฉันก็มายืนอยู่ที่ริมฟุตบาธที่เดิมสายตากวาดส่ายไปเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่ลูกค้าเท่านั้นที่ฉ้นต้องคอยมองไอ้พวกตำรวจหัวปิงปองทั้งหลายก็จ้องจะจับฉัน บ้างจับได้มันก็รีดไถ บางก็ขอนอนด้วยหน้าตาเฉย มันขอให้ทำอะไรฉันก็ต้องทำตาม ฉันไม่อยากขึ้นโรงขึ้นพัก ฉันไม่ชอบถูกกักขัง ยังไม่ทันจะดึกเท่าไรนักทันใดนั้น จู่ ๆ ไฟสปอร์ตไลท์ของรถคันหนึ่งก็สาดขึ้นมาต้องตัวฉันจนตาพร่าพรายไปหมด
"เฮ้ย หยุดนะอย่าหนี มาให้จับซะดี ๆ อีพวกโสเภณี"
ฉันตกใจแทบสิ้นสติเหลี่ยวหน้าเหลี่ยวหลังและออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ความหวาดวิตกกังวลบวกกับความไม่ทันระวังตัว ร่างฉันปะทะกับต้นไม้ต้นใหญ่ข้างหน้าอย่างเต็มแรงจนล้มครูดลงไปกองอยู่กับพื้นถึงกระนั้นชั้นก็ยังพยายามกระถดหนีอย่างไม่ลังเล
"โถ่อีพวกหาแดก กลัวเหมือนกันเหรอมึง นึกว่าจะหน้าด้านอย่างเดียว"
เสียงหัวเราะจากชายฉกรรจ์ในรถดังกึกก้อง พร้อมกับขับรถแล่นผ่านไป ฉันทั้งเจ็บทั้งอายมือคล้ำข้อเท้าตัวเองซึ่งขณะนี้ปวดไปทั้งข้อเท้า พวกมันไม่ใช่ตำรวจ คงเป็นพวกวัยรุ่นที่คึกคนองและชอบมองความเจ็บปวดของชีวิตที่เลือกไม่ได้ในสังคมเป็นความสุขที่หาได้ง่าย ๆ ของตัวเอง น้ำตาชั้นคลอหน่วยตาก้มหน้าให้กับความอับโชค และเหลวไหลของวัยรุ่นกลุ่มนั้น
ฉันยืนอยู่จนดึกเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกไม่มีใครผ่านมาเพื่อเรียกใช้บริการชั้นเหมือนทุกคืน อาจจะเป็นเพราะสภาพอันมะร่องมะแร่งของฉันหลังจากชนกับต้นไม้เพื่อหนีตำรวจกำมะลอกลุ่มนั้น แต่แล้วเหมือนเทพีแห่งโชคจะเข้าข้างมีรถเก่งรุ่นใหม่คันหนึ่งจอดเทียบเข้ามาที่ข้างฟุธบาทบริเวณที่ฉันยืนอยู่ ชายในรถแต่งตัวภูมิฐานท่าทางจะเป็นคนทำงานในย่านนั้น หลังจากต่อรองราคากันแล้ว เขาก็ปลดล็อกประตูให้ฉันก้าวขึ้นนั่ง
รถขับไปจากจุดที่ฉันขึ้นมาได้ซักพักจู่ ๆ เขาก็เลี้ยงรถเข้าไปยังซอยเปลี่ยวซอยหนึ่ง อย่างไม่ทันตั้งตัวพ่อเทพบุตรของฉันกลับกลายเป็นมารร้ายได้ในทันควันเมือเขาควักเอาปืนที่เหน็บข้างเอวขึ้นมาและหันกระบอกปืนมาทางฉัน ฉันตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแต่ก่อนที่จะได้ร้องขอความช่วยเหลือชายผู้นั้นกลับพูดขึ้นมาว่า
"มืออาชีพใช้มั้ยมึงน่ะ ทำให้กูมีความสุขสิ เร็วรูดซิบกางเกงกูนี่"
ฉันตกใจจนมือไม้สั่นละล่ำละลักปลดเข็มขัดและซิบกางเกงลง
มือที่ใหญ่และหนากดหัวฉันลงไปยังจุดเป้าหมาย น้ำตาฉันไหลพรากรู้ดีว่าเขาต้องการอะไร กระบอกปืนยังกดอยู่บนหัวของฉันตามจังหวะขึ้นลงของศรีษะ ไม่นานนักชายผู้นั้นก็วางปืนลงกับคอนโซลหน้ารถพร้อมทั้งใช้มือขวาปรับเบาะให้เอนนอนลง เอ่นรับกับหัวที่โยกคลอนของฉันในขณะที่มือซ้ายยังคงจิกหัวฉันอยู่อย่างไม่ยอมปล่อย ฉันเจ็บหัวไปหมดแรงมือที่มันขย้ำลงไปตามความเสียวซ่านที่เขาได้รับ เสียงครวญครางเล็ดลอดออกมาจากปากมารร้ายในคราบหนุ่มนักธุรกิจ
ฉันเงียหน้าขึ้นและพูดด้วยเสียงอันเบาเพื่อให้เขารันจวนใจ
"พี่ให้หนูทำให้นะพี่นะ" เขาหรี่ตามองหน้าฉัน
"อย่าลวดลายนะมึง"
มือเขาคว้าปืนที่วางมาถือไว้ ฉันถอดชั้นในออกพร้อมทั้งก้าวคร่อมทับร่างกายท่อนล่างของชายผู้นั้น และปล่อยให้ธรรมชาติมันทำหน้าที่ของมันไปจนสิ้นสุด ไม่ทันที่ฉันจะก้าวลงจากตัวเขาดี เขากลับเปิดประตูด้านคนขับและผลักร่างฉันลงไปกองอยู่กับพื้นและปิดประตูจนแทบจะชนหัวของฉันพร้อมทั้งออกรถไปอย่างรวดเร็ว
ฉันนั่งก้มหน้าอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ก็เดาไม่ได้ ฉันจะทำอย่างไรกระเป๋าสตางค์ก็อยู่บนรถของมารร้ายนั้น กลับไปไอ้พงษ์ก็คงกระทืบฉันจนอ่วมแน่เพราะหายไปทั้งคืน แต่กลับไม่มีเงินไปให้มันกินมันเล่น
และที่สำค้ญฉันจะเอาเงินที่ไหนเดินทางไปเอายาต้านไวรัส ที่ตอนนี้มันจำเป็นสำหรับฉันเป็นอย่างมากเพราะค่า CD 4 ของฉันต่ำลงมากจนร่างกายเริ่มแสดงอาการเสียแล้ว.........
เมื่อป้าพา Mami & Mako ไปเที่ยว
*งานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ *
http://www.oknation.net/blog/seangthip/2008/07/21/entry-1