ดังนั้น..............ฉันจึงเขียน
posted on 12 Jan 2008 08:02 by sailomteepanmaa in Sailom
.
ใครจะเชื่อว่าผู้หญิงอายุยี่สิบเศษปี จะรู้ซึ้งถึงความตายว่ามันอยู่แค่ปลายจมูก ความตายที่ผ่านมาในชีวิตมันมากมายจนเกินที่จะนับ ไม่ว่าจะความตายของคนในวัยเดียวกัน หรือความตายของคนต่างวัย หลายงานศพที่ต้องแวะเวียนเข้าไปประสพพบเจอ หลายชีวิตที่จากไปพร้อมกับความไม่พร้อมของคนที่อยู่ข้างหลัง
หิ้งหนังสือที่บ้านแทบไม่มีชั้นใดที่ไม่มีหนังสืออนุสรณ์งานศพ หลากหลาย มากมายความดีของผู้ตายที่ถูกบรรจุอยู่ในนั้น น้อยครั้งที่จะหยิบออกมาอ่าน ด้วยความรู้สึกส่วนตัวว่าไม่มีหรอกใครจะดีเหมือนในหนังสือ คำพระต่าง ๆ ที่บรรจุอยู่ในนั้น ผู้ตายบางคนเคยอ่านหรือไม่ก็ไม่อาจจะทราบได้
ชีวประวัติที่ถูกปรุงแต่งให้ดูเลิศหรู คำอำลาอาลัยที่ไม่รู้ว่าออกมาจากใจ หรือปรุงแต่งให้ดูสวยงามเพ่งดูรูปกายของตนในกระจกใสใบกว้าง ร่างกายที่ปราศจากอาภรณ์บอกอะไรเรา มันเป็นเพียงอนุสรณ์แห่งวันวารที่ผ่านเวลามาจนถึงปัจจุบัน จากวัยเด็กมาจนถึงวัยผู้ใหญ่ ความตายไม่เคยปราณีใคร ไม่เลือกเพศ เลือกวัย เลือกเวลา ความสดใสแห่งวัยหมดไปกับเวลา เฉกฉันท์ใด สิ่งที่เป็นพระวัจจะผุดขึ้นในปัญญา “จงมีสติ และอย่าอยู่อย่างประมาท”
ความประมาท คือ ฉันท์ใด ในวัยเพียงนั้นสติปัญญาบอกว่ามันคือการเตรียมพร้อมรับกับความตายในทุกขณะจิต ใช้ชีวิตอย่างที่ควร อย่าให้ใครในภายหลังต้องเดือดร้อนเพราะการจากไปของเรา และอย่าเสียใจที่ได้มีชีวิตอยู่ จงใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็ง และทำในสิ่งที่ต้องการ จงเป็นในสิ่งที่ต้องเป็น อย่าอาลัยอาวรณ์กับสิ่งที่จากไป เพราะยังไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำในวันเวลาที่มีอยู่
หันกลับไปมองเบื้องหลังคนในความรับผิดชอบ เขาต้องอยู่ได้แม้นไม่มีเรา ในการจากไปความเสียใจต้องไม่มี อยากให้คงมีไว้เพียงแต่ความอาลัยที่ได้อยู่ด้วยกัน วัยเพียงนี้ความรับผิดชอบกลับยิ่งใหญ่นักในความรู้สึก ทุกสิ่งทุกอย่างต้องถูกจัดวางไว้อย่างดี
ปัจจุบันความรู้สึกว่าความตายอยู่เพียงปลายจมูกยังคงอยู่ ชีวิตได้ถูกจัดวางไว้แล้วในระดับหนึ่ง ความรับผิดชอบต่อการมีชีวิตอยู่ ความรับผิดชอบต่อการเกี่ยวโยงสัมพันธ์กับบุคคลในหลากหลายมิติ บางส่วนถูกจัดวางได้อย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว บางส่วนยังคงต้องเพาะบ่มต่อไปในห้วงของกาลเวลา หวังเพียงแต่ว่าจะทันกาลที่จะได้ใช้มัน
สำหรับตัวเองการเตรียมการเพื่อไม่ให้เดือดร้อนของคนที่อยู่ข้างหลังได้เตรียมไว้แล้ว สถานที่สุดท้ายที่จะรองรับกายที่ไร้จิต การบริจาคถูกทำขึ้นตั้งแต่วันที่สำนึกได้ถึงความตาย ภาพถ่ายที่บรรจงไว้สำหรับตัวเองถูกอัดและประดับไว้บนฝาบ้าน และคงจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามกาลที่หมุนวนเพื่อความเหมาะสม การสั่งเสียร่ำลาเริ่มบังเกิด
การเขียนหนังสืองานศพให้ตัวเองเป็นอีกอย่างที่อยากทำ ไม่ใช่เพื่อจะเยินยอหรือจะปรุงแต่งให้เลิศหรู แต่เพียงเพื่อต้องการแบ่งปันประสบการณ์สิ่งที่ได้พบได้เจอ ในรูปของตัวหนังสือออกมาให้เป็นอุธาหรณ์หรือประโยชน์แก่ผู้ยังคงดำรงค์อยู่ ไม่ต้องการให้หนังสืองานศพเป็นเพียงสิ่งที่เก็บไว้บนหิ้งเพื่อรอการเก็บทิ้ง ไม่ต้องการให้หนังสืองานศพของตัวเองเป็นเพียงบทสวดมนต์หรือคำพระปลอม ๆ ที่เจ้าของร่างไร้วิญญาณไม่เคยเปิดอ่านหรือสำนึกตาม มันอาจจะดูเป็นหนังสืองานศพที่แปลกไปซักหน่อย เพียงแต่ผู้ที่ไปร่วมงานจะเปิดอ่านมันก็คงคุ้มค่าเพียงพอต่อการจัดพิมพ์
บล็อกเป็นเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลสาธารณะที่ผู้เขียนจะใช้เป็นหนังสืองานศพก่อนที่เจ้าของร่างจะตายจากไป ให้เป็นอนุสรณ์คนเป็นและเมื่อวันหนึงซึ่งได้สละร่างไปแล้ว จะมีผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มาคัดสรรและจัดเก็บเพื่อรวบรวมตามเจตนาของผู้เขียนต่อไป ถึงตอนนั้นแม้นเพียงหน้ากระดาษเดียวที่มีคนอ่าน ก็ถือว่าสมใจผู้เขียนยิ่งแล้ว
ขอได้รับการขอบคุณ
สายลมที่ผ่านมา
.
edit @ 12 Jan 2008 08:26:58 by สายลมที่ผ่านมา
edit @ 14 Jan 2008 09:00:22 by สายลมที่ผ่านมา
#1 By kaori_hero on 2008-01-12 09:11