วิชามาร

posted on 28 Jan 2008 11:53 by sailomteepanmaa in Sailom
 

"ป้า ป๋าหลับแล้ว เย้ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ " เสียงดีใจของเจ้าหมาน้อยเสี่ยวป้อ ทำให้ฉันละสายตาออกมาจากมอนิเตอร์ ที่กำลังหาเพลงฟังเพราะเบื่อฟังเรื่องแชร์ลูกโซ่ ที่เพื่อนกำลังคุยกันอยู่

"ไรวะ" ฉันคิดในใจ "แม่งหลับกลางอากาศอีกแล้วเร้อ"

"ป๋าหลับแล้วป้า ไปเรากลับบ้านกัน" ฉันเงยหน้ามองนาฬิกาบอกเวลาเกือบตีสี่

เฮ้อ!!! หลับซะได้ก็ดีมึง กูจะได้กลับบ้านซะที พ่อกับแม่ไม่อยู่ด้วยวันนี้ ถ้ามันไม่หลับ เราคงไม่ได้กลับบ้านกันก่อนสว่างเป็นแน่ ดีไม่ดี อาจจะต้องล็อคคอพระเอาเหล้าใส่บาตรไว้เผื่อชาติหน้ากันบ้าง ฉันคิดเผื่อทั้ง ๆ ที่ไม่เชื่อเรืองชาติหน้า ชาติก่อน

เราสามคนทำหน้าที่ประจำกันอย่างแข็งขัน ในการนำหนุ่มน้อยนาโน ไปเข้านอน

"ไปไงวะเนี่ยเจ๊ ทางแม่งโครตแคบเลย" พ่อหนุ่มเคราแพะรำพัน

"เออหนะ ชั้นเอาเข้ามาแล้ว ได้แกเชื่อชั้น" คาราวานขนหมูเริ่มเดินทางจากหน้าประตูบ้านเข้าสู่ประตูชั้นใน ผ่านช่องแคบอังกฤษตางูมาสู่ประตูหลัง

"เฮ้ย ๆ เจ๊ ขา ๆ"

"เออออ ช่างแม่ง ตายฝัง ยังเลี้ยง ยังไงแม่งก็พิการอยู่และ ปล่อยล่วงลงมานั้นหละ ลากไป"

 

กำลังขับเคลื่อนทั้งหมดมุ่งสู่ร่างไร้วิญญาณ อ้อ!! ไม่ใช่ ร่างไร้สติ และไม่มีสตางค์ที่หลับไหลอยู่บนเก้าอี้สำนักงานมีล้อที่เตรียมการไว้ตั้งแต่ก่อนร่ำสุรา (เก้าอี้ประจำตำแหน่ง) โดยมีฉันขับเคลื่อนลากพนักพิงไปข้างหน้า เสี่ยวป้อค่อยเป็นกำลังผลักดันอยู่ด้านหลัง ในขณะที่อาเฮียเตี้ยเคราแพะ ประคองขาป๋านาโนสุดที่รัก

การก้าวผ่านช่องแคบนั้นไม่ยากเลย แต่การนำร่างมหึมาลงจากเก้าอี้นั้นยากกว่า แต่พวกเราผู้ซึ่งมีประสบการณ์อันแก่กล้า หาหวั่นไม่

"ผัวะ"  เสียงเบิร์ดกระโหลกดังลั่น (((ป่านนี้มันคงรู้แล้วว่า โดนลอบทำร้ายมาตลอด แหะ แหะ)))

"อะ ไอ้เควี้ย ถึงและลงมา ขึ้นแท่นพระบรรทม" ฉันเรียกเพื่อนเตรียมง้างอีกหนึ่งดอก หากไม่ลุกเล็งแก้มข้างซ้าย ซึ่งดูแล้วคงเหมาะกับการรับฝ่ามือด้านขวา ซึ่งไม่ถึงกับเป็นฝ่ามือเหล็ก แต่สร้างสติมาหลายแมทซ์ให้เจ้าของร่างลุกขึ้นได้มาหลายแมทซ์

ได้ผล ไม่รู้ว่าได้สติเอง หรือเจ็บกบาล หรือเข็ดหลาบ ร่างทมึนลุกขึ้นได้ด้วยตัวเอง และก้าวเข้าสู่แท่นไม้ที่บรรทม พร้อมเสียงคร่ำครวญฟังไม่ได้ศัพท์

ไม่ทันที่จะเงยหน้าขึ้นมองกลับไป บรรดาสมาชิกพรรคทั้งเสี่ยวป้อ และเฮียเคราแพะต่างช่วยกันไปเก็บข้าวของ ประหนึ่งกลัวว่าเจ้าบ้านที่ม่อยหลับไปแล้วจะได้สติลุกขึ้นมาต่อ ฉันเดินกลับไปได้แต่คิดในใจ "โถ่!! ไอ้ห่าญาติระอาจริงมึง"

เสี่ยวป้อเอารถมอเตอร์ไซด์คู่ใจ ที่คาดว่าโตขึ้นจะเป็น บีเอ็ม ออกไปส่งเราสองคนก่อนที่จะรีบสตาร์ทรถออกไปอย่างไม่หันมามองด้านหลัง เพราะกล้วจะไม่ได้กลับ เราทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความดีใจว่า นี่เป็นนิมิตหมายอันดีที่ไม่ต้องกินเหล้ากันยันเช้าเหมือนอย่างที่ผ่านมา ((เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว รู้นะมีคนบางคนแอบยิ้มดีใจ กับมาตรการจำกัดเวลาเมา วะ ฮะ ฮ่า)) เหมือนที่ไอ้เจ้าบ้านมันบอกทุกครั้งว่า "กินกัน เบา เบา" หรือ "กินกันจิ๊บ จิ๊บ" แต่ไม่เคยต่ำกว่าแปดโมงเช้าของวันถัดไป

ฉันเดินจากถนนถึงหน้าบ้าน และเปิดประตูบ้านอย่างงงงวย "อะไรวะเนี่ย" ฉันสบท

ประตูหน้าบ้านไม่ได้ล็อก เดินเข้าไปตามทางเดินสู่ตัวบ้าน ประตูบ้านไม่ได้ล๊อก มองไปประตูหลังบ้านเปิดอ้า ไฟทางเดินเข้าบ้าน ไฟในตัวบ้านเปิดไว้ทุกดวง เหมือนจะลองศักยภาพของนีออนประหยัดไฟ

"แหม!! เว้ย เปิดไฟกันอย่างกับบ้านมีงานวัด" ฉันคิดในใจ

ฉันเดินไปสู่ประตูห้องพ่อ "ล็อก" ประตูห้องตัวเอง "ล็อก" อีกเช่นกัน อือ!!! จะมาเปิดห้องตัวเองทำไมเนี่ย สภาพอย่างกะห้องเก็บศพเละเลย ปกติฉันจะนอนกับหลานสาวสองคน ห้องตัวเองเลยไม่ได้ทำการจัดเก็บอะไรนัก ทุกวันนี้จึงกลายเป็นห้องเก็บของไปอย่างช่วยไม่ได้ แต่ช่วงนี้น้องสาวมานอนเป็นเพื่อนหลานที่บ้านเพราะก่อนหน้านี้ฉันออกเดินทางห่างบ้านไปต่างจังหวัดกว่าสามสัปดาห์และเห็นว่าฉันสามารถนอนในห้องพ่อได้ เพราะพ่อกับแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด (หนีเที่ยวนะเนี่ย)

ฉันเดินเข้าห้องกลางเพื่อไปหยิบกุญแจซึ่งจะต้องแขวนไว้ในที่ของมันเป็นประจำ แต่ทว่าตอนนี้มันปราราศนาการหายไป

"อ้าว!!! ไปไหนวะเนี่ย" ฉันเดินตามหากุญแจทั้งบนหลังตู้เย็น บนโต๊ะ บนตู้แต่ไม่พบแต่อย่างใด

"ทำไงดี" สมองคิดซ้ายขวาหน้าหลังเร็วรี่ แต่จะเป็นเพราะความง่วงงุนอันเจือด้วยเชื้อแอลกอฮอล์บ้างเป็นบางจุดหรือเปล่าไม่ทราบ ฉันตัดสินใจเคาะห้องน้องสาว

"ไอ้อั๋น กุญแจห้องไปไหน" ไม่ทันที่จะได้กริ้วเป็นรอบสอง สามสี่ น้องสาวเปิดประตูออกมาพร้อมแฟนหนุ่ม ใบหน้าง่วงงุน

"อ้าวไม่อยู่เหรอ ไม่รู้หวะพี่ ต้องถามไอ้อาร์มอ่ะ เมื่อตอนเย็นมันเปิดเข้าไปดูทีวี" น้องสาวพูดพลางเดินหาตามจุดต่าง ๆ ที่ฉันหาไปแล้ว

"โทรไปตามไอ้อาร์มมา" ฉันสั่งด้วยความโมโหด้วยเคยบอกกันแล้วว่าหยิบจับอะไรให้ไว้ที่และพอหาไม่เจอเลยออกอาการ น้องสาวฉันมองหน้าเหมือนจะบอกว่าให้มันมาตอนนี้นี่นะ จะตีห้าแล้วนะพี่แต่ก็ไม่ขัดคว้าโทรศัพท์และกดเบอร์ออกไป

"ไอ้อาร์ม แกเอากุญแจห้องพ่อไว้ไหน บลา บลา บลา ....... มาเลยมึงมาหาให้เขาเดี๋ยวนี้"

ไม่ทันถึงสิบนาทีน้องสาวคนเล็กเดินมาจากบ้านเช่าที่อยู่ในบริเวณใกล้กันด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ ขี้ตาเต็มเลย เห้อออออ

"ก็หนูเอาไว้ที่เดิมอ่ะ" น้องสาวคนเล็กพูดเสียงงัวเงีย แล้วเริ่มเดินดูตามจุดที่พี่สาวสองคนเดินหาแล้ว

"อ้าว สวยสิ ถ้าไว้ที่เดิมแล้วทำไมมันไม่อยู่อ่ะ" ฉันเริ่มเสียงเขียว มองน้องสาวสองคนที่นั่งตัวอ้วนอยู่ตรงหน้า เพราะเหนื่อยหลังจากเดินหากุญแจ และพยายามหาช่องทางเข้าห้องพ่อให้ฉันให้ได้ ((เพราะมันรู้ชะตาตัวเอง)) ในขณะที่ฉันนั่งมองเฉย

"ต้องพังประตูห้องน้ำในครัวอ่ะถึงจะเข้าได้" น้องสาวคนรองเสนอ ซึ่งหมายถึงประตูพลาสติกห้องน้ำในครัวซึ่งทะลุถึงห้องนอนพ่อ

"ได้ แต่แกจ่ายค่าซ่อมประตูนะ" สิ้นเสียงน้องสาวคนรองมองหน้าฉันและก้มหน้าบ่นอะไรงึมงำต่อไป

เมื่อเห็นว่าทุกคนหมดทางทำมาหากินอะไรกันแล้ว ฉันจึงพูดทำลายความเงียบออกไปว่า

"ไปนอนกันไป อย่ามานั่งให้รำคาญ เดี๋ยวจัดการเอง"

"อ้าวแล้วพี่จะนอนไหนอ่ะ" น้องสองคนถามขึ้นมาพร้อมกัน ไม่ใช่ห่วงใยอะไร แต่กลัวว่าฉันจะไปนอนกับมัน

"เอออออ เดี๋ยวจัดการเอง ไปเห้อ" สิ้นเสียงเหมือนประกาศเลิกทาสทุกคนหันหลังเดินจากไปในทางที่จากมาแบบไม่หันมองกลับหลัง (((อือ!! ญาติระอาเหมือนกันนะเรานี่)))

เมื่อเห็นว่าทุกคนไปหมดแล้ว  หลังจากที่ฉันได้สำรวจประตูห้องพ่อซึ่งเป็นประตูลูกบิดอยู่ซักพักฉันจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องครัวเปิดลิ้นชักที่เก็บมีดออกมา เลือกหามีดเล่มที่บางและแหลมที่สุดที่มีอยู่จากนั้นก็ก้าวเท้าออกมายืนหน้าประตูห้องพ่อ

จากการพิจารณาสภาพภายนอกของประตูด้วยสายตาและการใช้มือบิดไปมาสองสามที ฉันเริ่มรู้ได้ด้วยประสบการณ์ว่าการใช้วัสดุใด ๆ เสียบเข้าไปที่ช่องกุญแจต้องมีการปรับแต่งให้เข้ากับเงื่อนของกุญแจ ซึ่งยากพอสมควรเพราะนี้ไม่ใช่ในภาพยนต์ และฉันก็ไม่ใช่แมคกายเวอร์ การทำเช่นนั้นด้วยไม่มีความชำนาญ อาจทำให้เรืองยุ่งยากขึ้น จนอาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนลูกบิดหากวัสดุที่ว่าเกิดหักกลางและค้างอยู่ที่รูกุญแจ ทางเดียวที่ดูว่าง่ายกว่านั้นคือการใช้ปลายมีด

ฉันเอาปลายมีดคมบางเข้าปากและกัดงัดให้มันมีลักษณะเป็นตะขอเล็กน้อย "กึก" อุ้ย!!! ฟันจะหักมั้ยนี่แรงไปนิด ฉันหยิบปลายมีดในมือขึ้นดู

ปลายมีดบางงอเล็กน้อยพอที่จะจิกเนื้อเหล็กให้ขยับได้บ้าง ฉ้นสอดปลายมีดเข้าไปในช่องระหว่างประตู ในตำแหน่งที่เป็นสลักของลูกบิดประตู

เกร็งข้อมือเพื่อค่อยๆ งัดเหล็กให้ถ่างออกจากช่องล็อก ด้วยความบางของมีดและความคมของตะขอปลายมีดที่จิกเนื้อเหล็ก สลักค่อย ๆ เลื่อนจนหลุดออกจากช่องล๊อก ประตูเปิดออก!!!

"เฮ้อออออออออ ได้นอนซะที" ชั้นคิด

ถึงตรงนี้ท่านคงคิดว่า ทำเองได้แล้วไปเรียกน้อง ๆ ขึ้นมาทำไมให้ลำบาก คำตอบ คือ ให้หลาบจำค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นก็มักง่ายกันเรื่อยไป ((ขนาดนี้ยังไม่สามารถแก้ไขนิสัยถาวรพวกเจ้าหล่อนได้เลยอ่ะ))

เรียกน้อง ๆ มาแล้ว ทำไมไม่ให้น้องอยู่ช่วยจนกว่าจะเปิดประตูได้ คำตอบ เรื่องบางเรื่องเก็บไว้กับตัวดีกว่าต้องมานั่งอธิบายถึงที่มาให้มากความและการสร้างการเรียนรู้ว่ามักง่ายพี่แก้ได้ในทุกเรื่องนั้นไม่บังควร

ถ้าเปิดประตูไม่ได้จะทำไง คำตอบ ..........................

 

ก็นอนกับหมาหน้าบ้านสิค่ะ จะมีอะไรอ่ะ วะ ฮะ ฮ่า

จากเพื่อนถึงเพื่อน-ศุ บุญเลี้ยง

Comment

Comment:

Tweet

อะนะป้อ ดาวพิศวาสว่างั้น question
ยิ้มไร ไอ้เห้ tongue
"เสี่ยวป้อเอารถมอเตอร์ไซด์คู่ใจ ที่คาดว่าโตขึ้นจะเป็น บีเอ็ม"

++++++++++++++++++++++++++++++
บีเอ็มเอ๊กซ์นะป้า มะใช่บีเอ็มดับบลิว
โถ ป้ากว่าจะนอน ต้องถึงขนาดแงะห้องป๋าเยยหยอ
นอนกับหมาหน้าบ้านก็สิ้นเรื่อง
บ๊อก บ๊อก บรูรรรรรรรรร
open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile
Hot! ให้ดาวเพราะมาเค้าแสดงด้วย ฮิ ฮิ ฮิ
ร้านต้มยำกุ้งข้าวสาร แกงเขียวหวานไก่อร่อยมากกว่าต้มยำกุ้งอีกป้า
sad smile sad smile sad smile

#20 By seaugpor on 2008-01-29 01:50

confused smile

#19 By Hey_you on 2008-01-29 01:38

ฮา ก็ ฮาจ๊ะ sad smile
เข้ามาขำอย่างเดียว


เอ๊ย ม่ายช๊าย...


มาเรียนรู้(จัก) มุมมองเจ้าคร่า..

แต่ก้อฮาดีจิงๆ question

#17 By Am not the supersTaR~* on 2008-01-28 17:25

ยังค่ะพี่หน่อย คาดว่าจะไม่หาย ถ้าไม่ตัดขาทิ้ง ((เอาไว้ก็รกค่ะ))

เรียกมาสั่งสอนให้หลาบจำค่ะ ((แต่พวกมันก็ไม่จำกันซะที หนูสิเหนื่อย))

พี่บอกพิกัดมาสิค่ะ หนูไปจริง ๆ นะเอ้อ แต่ขอนอนห้องคุณพรี่กะคุณพรี่ผู้ชายนะ แล้วคุณพรี่จะไปนอนที่ไหนตามสบายค่ะ แหะ แหะ sad smile
แหม ทำไปได้

แล้วขาป๋าแกหายดีแล้วเหรอ ไปทำแกซะขนาดนั้นอ่ะ
สงสารจริง

ไปเรียกน้องๆ มาทำไมให้เสียอารมณ์ในการฝัน

คุณน้องซ้อสก็ขับรถบึ่งมาบ้านคุณพี่ซิคะ
ให้บ้านไว้แล้วยังไม่มาอีก

แต่เอะ แนะนำอย่างนี้ แล้วตูจะไปอยู่ไหนล่ะเนี่ย

#15 By พี่หน่อย (124.121.94.110) on 2008-01-28 16:45

#11 By tuty

บิ่นไปแยะและค่ะ Tuty หลายซี่และ กินน้ำเย็นเสียวฟันไปหมด ((ใช้อีโมฟอร์มได้มะ ฟันจะได้ไม่เสียว อิอิอิ))

การใช้ขดลวดต้องดูตัวลูกบิดค่ะ ส่วนใหญ่ไม่ได้อย่างที่บอก แล้วอาจจะเสียของด้วยค่ะ เพราะถ้าขดลวดเข้าไปขัดอยู่ในเฟืองกุญแจ การใช้มีดเพื่อดันสลักจะทำไม่ได้ค่ะ เพราะมันงัดกันอยู่ big smile big smile big smile
#10 By กมลหนุ่ม

ปล. หนูสิน่าสงสารกว่า พึ่งพาพวกมันไม่ได้ แม้นวันเมามาก เห้ออออออ แล้วเรืองอื่นจะไปหวังอะไรอ่ะ

ปล.อีกอันนึ่ง

กุญแจอ่ะ มันเอาไว้หน้ากระจกห้องพ่อหละ แล้วมันก็ล๊อกห้องออกไป เจริญใจไทยแลนด์มั้ยอ่ะพี่ เห้อออออ
#9 By เสือจุ่น

เมาไม่มากก็ต้องนอนกะหมาค่ะ ถ้าเข้าห้องไม่ได้ เพราะโถงทางเดินนั้นที่มันค่ะ ไปแย่งที่มันอ่ะ แหะ ๆ ๆ sad smile
ถ้าป๋าตื่นขึ้นมาอ่าน คงซึ้งจนน้ำตาไหลเนอะ
เพื่อน...ไม่ทิ้งเพื่อนจริงๆ อิ อิ อิ
.
โชคดีนะคะ ที่ฟันไม่บิ่น
เด๋วก็ได้ฉายาใหม่หรอก
ประตูลูกบิด เคยใช้เส้นลวดค่ะ
แต่ไม่รู้ว่าได้ทุกกรณีมั้ย

#11 By Tuty on 2008-01-28 15:39

เขียนได้สนุกมาก มองเห็นภาพเลยล่ะ

ปล.น้องทั้งสองคน น่าสงสารมากๆ ทำไมชีวิตเธอช่างรันทดอย่างนี้หนอ
ปล2.แล้วแกไม่เฉลยซักหน่อยหรือ ว่าตกลงแล้ว กุญแจมันหายไปไหน

#10 By กมลหนุ่ม on 2008-01-28 14:51

เมาไม่มาก
ไม่ต้องนอนกับหมาก็ได้ม้างงงงงงง

#9 By เสือจุ่น (58.9.184.82) on 2008-01-28 14:24

ไม่จัดให้

ไม่ไปเว้ย วะ ฮะ ฮ่า

ค่าเหล้าไม่เท่าไหร่สามมื้อแน่ใจนะว่าพออ่ะ ค่าตั๋วอ่ะ อิอิอิ

เอาเป็นว่างดเหล้าสามมื้อแล้วที่เหลือจะออกให้ป่าวฟะ อิ อิอิ question
ตายละยัยซอส แกกินเหล้าเปนสามล้อถูกหวยเลยเร้อ พึ่งรุ้นะเนียะ แกกินเก่งเกินหน้าชั้นไปแระนะ ส่วนเรื่องตั๋วซานฟรานอะ อย่างที่ป๋าว่าอะมาไถชั้นได้งัยฟะ งดเหล้าซักสองสามมื้อ ก็มีเงินซื้อได้แระ ห้าๆๆๆๆ พอดีช่วงนี้หมดงบว่ะ ไปแระ

#7 By nice (216.217.155.74) on 2008-01-28 14:08

จูน!!!

อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวเขาจับไต๋เราทัน เอาโซ่ แซ่ กุญแจมือมาล่ามไว้ แย่เลย

เดี๋ยวไม่ได้ใช้นามสกุล De Kler อิอิอิ

question question question
มิน่า พี่ซอสบอกว่าจะชวนหนุไปงัดร้านที่เบริ่ง คริคริ
เสร็จเราแน่ๆ

#5 By me'june on 2008-01-28 13:24

ติวเตอร์เตี้ย

บ้านชั้นไม่มีโซฟาหน้าตู้เย็นเหมือนบ้านหล่อนนะยะ และนั้นเป็นมาตรการขั้นสุดท้าย ((เป็นสาวเป็นนางสาวจะให้ชั้นนอนกลางบ้านเลยเร้อ นังนี่!!!))tongue
เป็นการแก้ปัญหาที่ยุ่งยากเกินไปเสียจริงๆ
สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ
ติวเตอร์เตี้ยขอแนะนำว่า
การแก้ปัญหานั้น ง่ายนิดเกดียวเอง ก๊คือ...
"นอนหน้าตู้เย็น" สิจ๊ะ สบายๆ ง่ายๆ รวดเร็วที่สุด
เอวัง ด้วยประการฉะนั้น นั่นเอง
sad smile sad smile

#3 By iheartia on 2008-01-28 12:55

จริง ๆ ตอนนั้นง่วงจัดแล้วอ่ะริน ถ้ามีคีมปากจิ้งจกก็พอช่วยได้

แต่อารมณ์นั้น (มักง่าย) เล่นกันฟันรุ่น ๆ นี่หละ วะ ฮะ ฮ่า

จะได้นอนซะที

ปล. ปากพี่คงไม่ได้มีไว้ จุ๊บ จุ๊บ อ่ะ ฟันหักก็ใส่ฟันปลอมไป ช่วยได้แยะ อิอิอิ sad smile
พี่Sosค่ะ...ในกรณีที่เปิดประตูไม่ได้เช่นนี้
รินจะใช้วิธี หาฆ้อนมาทุบที่ลูกบิดให้มันหลุด
ลงมาทั้งหมดเลยค่ะ...เปิดได้เหมือนกันค่ะพี่
คราวหน้าลองวิธีนี้ดูนะค่ะ

(หนูเดาว่าต้องมีคราวหน้าแน่นอนค่ะ)

ปล. ที่แนะนำวิธีนี้ เพราะเป็นห่วงค่ะ กลัว มีดบาดปาก เดี๋ยว จุ๊บ จุ๊บ ไม่ถนัด กลัวฟันหักเดี๋ยวยิ้มไม่สวย
(เป็นห่วงจริง ๆ น่ะจ้ะ..question

#1 By rinn on 2008-01-28 12:22