อิทธิสุนทร ผู้ที่โดยมากจะอยู่เบื้องหลัง
ปัจจุบัน เป็นเจ้าของบริษัทโฆษณา อ่านสปอต
และหาเรื่องดีๆ มาสร้างเป็นหนัง
แต่ฝีมือการเขียน ก็ไม่น้อยหน้าใคร
แม้จะมีออกมาน้อย นี่คือหนึ่งในเรื่องสั้น ที่ถูกรวมอยู่ใน

'เพียงความทรงจำเอาไว้เลย'

ซึ่งเป็นเรื่องสั้น ที่ตลกน้อยที่สุด ในความรู้สึกของผู้เขียนเอง

ฉบับที่ 14 มกราคม 2531 "แนะนำหนังสือ" อิทธิสุนทร

บางทีทะเลอาจมีมนต์ขลังจริงดั่งใครว่า

"ผมชอบจริงๆ เลยบรรยากาศแบบนี้" จ้อด กล่าวพอเป็นสัญญาณเตือนให้สินาวดีได้รู้สึกตัว เลิกเหม่อลอย หญิงสาวหันมองเพื่อนชายที่เพิ่งเดินเข้ามา

สินาวดีนั่งอยู่คนเดียวมืดๆ ตรงชายหาดนี่นานแล้ว นั่งมองท้องทะเลยามค่ำคืนอยู่นาน นานจนน้ำตามัน เหือดแห้งไปหมดแล้ว (แสดงว่า เมื่อสักครู่นี้เธอคงร้องไห้ / ผู้เขียน)

เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมมาทะเลทีไร มันต้องทำให้เหงาขึ้นมาซะทุกที เศร้าอะไรกันนักหนาก็ ไม่รู้ หวิวๆ ยังไงชอบกล แต่จริงๆ แล้วก็ชอบ มันทำให้ดูเหมือนชีวิตมีอะไรๆ หน่อยๆ รัดทดนิดๆ ดี

จ้อดนั่งลงข้างสินาวดี

"ลมมันแรงนะ ระวังเป็นหวัดล่ะ"

จ้อดขยับจะถอดเสื้อตัวนอกของเขาออก เพื่อคลุมกันลมให้หล่อน

"มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า" จ้อดถามอีกด้วยความเป็นห่วง เอื้อมมือเอาเสื้อนั่นคลุมไหล่ให้หล่อน

"ขอบคุณค่ะ" สินาวดีหันมายิ้มให้ ขยับเสื้อคลุมให้เข้าที่

จ้อดหนาววูบขึ้นมาในทันที ลืมดูไปว่า วันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตมาตัวเดียว ไม่มีเสื้อยืดข้างใน ตอนนี้เลยต้องถอดเสื้อเปลือยเปล่าอยู่ จะขอเสื้อกลับมาใส่คืนอย่างเดิม ก็กลัวจะเสียหน้า โดนล้อเอาได้

"ทำไม ไม่ไปนั่งคุยนั่งร้องเพลงกับคนอื่นๆ ที่กองไฟล่ะ สินาวดี" จ้อดถาม

จ้อดและเธอได้มาอยู่ด้วยกันที่นี่ ก็เพราะมาเที่ยวพักผ่อนกันกับเพื่อนๆ ที่ทำงาน

"อยากอยู่เงียบๆ น่ะ" เธอหันมาบอก "เหงาดี"

"ใช่ๆ ... พวกนั้นน่ะไม่เป็นเลย มาทะเลมันต้องเหงากันหน่อย" จ้อดสนับสนุน

"ผมไม่เคยพลาดเลย ชอบ ชอบเหงา"

ตี 1 กว่าแล้ว ที่รอบกองไฟ อีกมุมหนึ่งของชายหาด คงดังไปด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนาน เสียงร้องเพลง เสียงกีตาร์ เสียงกลองยาว

"...เสียงคลื่นสาด ซัดเป็นเกลียว เกลียวกระจาย..."  ศุภชัยดูจะเป็นคนร้องเสียงดังที่สุดในกลุ่ม

"...ซัดเป็นเกลียว เกลียวกระจาย... ฮูวา... ฮู... เย้..."  เหมียว คนที่คอยเคาะกลอง ก็จะเป็นคนพลิกหนังสือเพลงหน้าถัดไป แล้วแนะนำให้ทุกคนร้องไปทีละหน้าๆ ไม่ต้องเสียเวลาเลือกเพลง

"เอ้า ต่อไปเพลงนี้เลย" ต่าย สาวเปรี้ยวที่สุดในกลุ่มบอก แล้วเริ่มร้องนำ

"ไทยรวมกำลังตั้งมั่น... และสามารถป้องกันขันแข็ง... ดูบิดูวา... ถึงแม้ว่าศัตรูผู้... มี...แรง" ต่าย หันมองคนอื่นๆ ที่กำลังจ้องมาที่หล่อน

"...ทำไมไม่ร้องกันล่ะ ร้องไม่เป็นเหรอ เพลงนี้ เพราะออก"

"ต่าย..." ศุภชัยเอ่ยเตือนสติ

"...เพลงนี้น่ะ คอร์ดมันยาก แล้วก็ร้องเสียงประสานลำบาก"

"ใช่ๆ ไม่เอาดีกว่า นี่ๆ เพลงนี้ดีกว่า" อ้วน มือกีตาร์สนับสนุน แล้วชี้เพลงถัดไป ทุกคนเห็นด้วยและลงมือร้อง

"มองดูเดือน เหมือนเตือนให้ใจคิดถึง... โววๆ ...เย้..."

เรือจับปลาหมึกลำหนึ่ง ลอยลำส่องแสงไฟล่อปลาหมึกอยู่ไกลๆ แต่ก็ยังคงมองเห็นได้จากตรงที่จ้อด สินาวดี นั่งอยู่

"มีเรื่องอะไร ไม่สบายใจก็บอกผมได้นะ สินาวดี" จ้อดถามด้วยความห่วงใย เขารู้สึกเริ่มสั่นนิดๆ แล้ว เพราะนั่งถอดเสื้อ ทนลมหนาวอยู่นาน

สินาวดียังคงนั่งกอดเข่าก้มหน้าเหม่อลอยผืนทรายอยู่อย่างเดิม หล่อนชักเริ่มรำคาญลมที่พัดแรงขึ้นๆ ทุกที มันทำให้ผมยาวสลวยของเธอ ปลิวยุ่งไปหมด ที่สำคัญคือ จ้อดไม่ควรมองเห็นหล่อน ตอนถูกลมพัดผม เสยไปข้างหลัง เขาไม่ควรรู้ว่าหล่อนหัวเหม่ง

"สินาวดี คุณหัวเหม่งดีจัง" จ้อดเห็นหน้าผากเธอเข้าจนได้

"แต่ถึงยังไงคุณก็ไว้ใจผมได้นะ ไม่สบายใจอะไร ก็ระบายให้ผมฟังได้ ผมเข้าใจคุณดี... อูย... หนาว..." สินาวดี เอื้อมมือไปปัดทรายที่เกาะอยู่ตามเท้าเล่น มันปลิวตามลม

"ผมรู้ดี... ว่าคุณ..." จ้อดรู้สึกว่ามีเม็ดทรายปลิวมาเข้าหน้า

"...อย่าปัดทรายเล่นอย่างนั้น... ถุย... เข้าปากหมดเลย... ถุยๆๆๆ... ขากถุย" 

เสียงเพลงข้องจิต ดังแว่วมาจากกลุ่มที่นั่งรอบกองไฟอยู่ จ้อดหันไปมอง เขาชอบเพลงนี้เหลือเกิน เศษเม็ดทราย ยังคงเหลืออยู่ในปากเขาอีกเล็กน้อย แต่เขาไม่กล้าถุยมันออกมาจนหมด ไม่อยากทำเสียงให้เสียมรรยาท ทำลายบรรยากาศดีๆ อย่างนี้

"...ข่าก... ถุย" แล้วจ้อดก็ทนไม่ได้

"สินาวดี... " จ้อดเรียก

"อย่านั่งเงียบๆ อย่างนั้นซี่... จะเสียใจไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก... ถุย..." จ้อดสัญญากับตัวเองว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปนี้รำคาญยังไงก็ต้องทนเอา

"ผมรู้ว่าคุณน่ะ... รักเขามาก" สายลมหนาวจากทะเลพัดมาวูบใหญ่ จ้อดหนาวสั่นขนลุกเกรียวไปทั้งตัว

"คุณ 2 คนมีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า ถ้าอยากจะเล่าก็เล่าให้ผมฟังได้นะ... อูย..หนาวเนอะ.." จ้อดรู้ดีว่า กำลังจะเริ่มเป็นหวัด

"...ผมไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมเขาทำอย่างนี้กับคุณ... เขาน่าจะใส่ใจคุณมากกว่านี้... มาเที่ยวด้วยกันทั้งที เอาแต่ร้องเพลง"

กองไฟกำลังจะเริ่มมอดหมดไป เหมือนกับเพลงในหนังสือเพลงที่ถูกพลิกมาจนหมดหน้าสุดท้าย

"เอ้า... เอายังไงดี" อ้วน ร้องถามเพื่อนๆ "ร้องกันหมดทั้งเล่มแล้ว"

"เอาใหม่เลย... เริ่มใหม่ตั้งแต่หน้าแรก" ศุภชัยเสนอ

"3 เที่ยวแล้วนะ เล่มเนี้ย ไม่เบื่อมั่งเหรอไง" ต่ายโวยวาย

"ก็บอกแล้วว่า ให้เอามาคนละเล่มๆ ไม่เห็นเอามากันสักคน"

"ใจเย็นๆ นะจ๊ะต่าย" เหมียวพูดเอาใจ

"เอางี้แล้วกัน... รอแป๊บเดียวนะ เดี๋ยวเหมียวขับรถออกไปซื้อมาให้อีก 3 เล่ม"

 

ระหว่างที่นั่งรอเหมียวเข้าไปซื้อหนังสือเพลงในตัวเมือง บรรยากาศที่เคยสนุกสนานรื่นเริง กลับเงียบเหงาลงอย่างน่าเป็นห่วง

"ไม่เอาน่า... ทุกคน อ้วน ต่าย นิด เอื้อย อย่าเหงาๆ ไม่ดี" ศุภชัย ร้องเตือนเพื่อนในกลุ่ม

"ก็จะให้ทำอะไรดีล่ะ เลยไม่มีเพลงร้องเลย" ต่ายเริ่มงอแง

"เหมียวก็ไปซื้อที่ไหนก็ไม่รู้ ถึงได้นานอย่างนี้"

"สงสัยจะไปร้านประจำของมันที่สยามสแควร์" อ้วนออกความคิด

"มันซื้อร้านนี้ทุกทีเลย... เห็นว่ามีบัตรลด"

"ศุภชัย... แล้วแฟนเธอไปไหนล่ะ" ต่ายถาม

"สินาวดีเค้าไปนั่งเล่นอยู่ตรงโน้นแน่ะ... เค้าไม่ชอบร้องเพลง ความจำเค้าไม่ค่อยดี จำเนื้อไม่ค่อยแม่น" ศุภชัย อธิบาย

"แล้วจ้อดล่ะ ใครเห็นจ้อดบ้าง"

 

เรือจับปลาลำเดิมนั่นกำลังจมลง ฝูงปลาหมึกจำนวนมากถูกแสงไฟล่อให้ขึ้นมาบนเรือ จนเรือรับน้ำหนักบรรทุกไม่ไหว

จ้อดนั่งเหม่อมองอยู่นาน ใจอยากจะหาทางช่วยเหลือเรือนั่น แต่ตอนนี้กำลังเป็นช่วงเวลาที่หาไม่ได้ง่ายๆ นัก ที่จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับสินาวดี

"มีอะไรก็บอกผมมาเถอะ สินาวดี คุณไว้ใจผมได้เสมอ" จ้อดกระเถิบตัวเข้าไปนั่งจนแนบชิดกับสินาวดี

"อย่าเก็บกดไว้คนเดียว... ฮาดเช้ย..." จ้อดเป็นหวัดเสียแล้ว

"บางครั้งคนเราก็ต้องระบายมันออกมาจากใจ เสียบ้าง สินาวดี ผมยินดีรับฟัง... ฮัดเช้ย... เราเป็น... ฮัดเช้ย... เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ... ฮัดๆๆ... ฮัดเช้ยๆๆ"

ไม่มีใครรู้หรอกว่า สินาวดีกำลังมีความสุขแค่ไหน หล่อนอยากเหงา อยากรู้สึกเปล่าเปลี่ยวแบบนี้มานานแล้ว ท้องทะเลมืดสลัวน่ากลัว เสียงคลื่น แสงดาวระยิบระยับ ผืนทรายเปียกชื้น ลมหนาวพัดกระโชก มันช่างเป็นบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร

หล่อนหลับตาลงและพยายามคิดถึงแต่เรื่องร้ายๆ เรื่องเจ็บปวดต่างๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต แต่มันนึกไม่ค่อยจะออกเอาเสียเลย ว่าเคยเจอเรื่องเศร้าๆ อะไรมามั่ง ความจำหล่อนไม่ค่อยจะดีนัก นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก แต่เอาเถอะ เศร้าๆ เหงาๆ แค่นี้ หล่อนก็พอใจแล้ว

"...ผมรู้ว่าคุณเจ็บปวด สินาวดี ตัดใจจากเขาเสียเถิด" จ้อดยังพร่ำพรรณนา

"สินาวดี... อูย หนาว... บรื้อว์..."

ฟืนจำนวนมากถูกโยนเติมลงไปในกองไฟ

"ไม่กลับมาซะที... เหมียวนะเหมียว ไม่แน่เห็นแก่ส่วนลดเล็กๆ น้อยๆ จนต้องให้คนอื่นนั่งคอย" ต่ายงอแงขึ้นมา

"หนังสือเพลงแค่นี้ ต้องไปซื้อถึงกรุงเทพฯ"

"ไม่ไหวแล้ว ชักจะไม่ไหวแล้ว" อ้วนโวยมั่ง

"ขืนนั่งรอเฉยๆ อย่างนี้ เหงาตายแน่... นั่นๆ... เริ่มแล้ว ชั้นชักจะเริ่มเหงาแล้ว... โอ้ๆ เริ่มแล้วๆ"

"อดทนไว้ก่อนอ้วน" ศุภชัยพูดให้กำลังใจ

"อย่าเหงา ไม่เอานะ อย่าเหงา เข้มแข็งเข้าไว้..."

"ไม่ไหวแล้วล่ะ ศุภชัย ต่ายก็เริ่มจะเหงาบ้างแล้ว... โอย เหงาแล้วๆ อยากร้องเพลง"

"อย่าเหงาๆ ซี่... เหงากันหมดอย่างนี้ เดี๋ยวก็เป็นมั่งหรอก" ศุภชัยเริ่มกลัว

"ไอ้เหมียวเมื่อไหร่จะกลับมาซะที... โธ่เว้ย ชักเหงาเข้าให้มั่งแล้ว... ไม่น่าเลย" ศุภชัยเริ่มมองหาสินาวดีแฟนสาว

"สินาวดี อยู่ไหนเนี่ย เค้าไม่ได้ร้องเพลงกันแล้ว ก็น่าจะมานั่งอยู่ด้วยกัน" แล้วศุภชัยก็ลุกออกไปตามหาเธอ

"แล้วจ้อดล่ะ ใครเห็นจ้อดมั่ง" คนนี้เมื่อกี้ถามไปทีนึงแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจ

 

ไม่มีเรือหาปลาหมึกลอยลำอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว หลังจากเรือจมลง ชาวประมงสองคนบนเรือนั่น ก็ว่ายน้ำเข้ามาฝั่ง ตรงที่จ้อดและสินาวดีนั่งอยู่ แล้วรีบเดินทางกลับบ้านไปนอน กะว่าพรุ่งนี้งมเรือขึ้นมาแล้ว คงได้ปลาหมึกติดมาด้วยอีกมากมาย

"สินาวดี ผมทนไม่ได้ที่จะเห็นคุณต้องมานั่ง ก้มหน้าเสียใจอยู่..ฮัด.. เสียใจอยู่... ฮึด... อยู่คนเดียวอย่างนี้ ฮัด เช้ยๆๆ สินาวดี... อูย ไม่ไหวแล้ว หนาวเหลือเกิน" จ้อดเอื้อมมือ ดึงชายเสื้อของเขาที่สินาวดีห่มอยู่ มาซุกมือไว้

"สินาวดี ไม่ว่าจะอย่างไร ขอให้คุณรู้ว่า ยังมีคนที่คอยห่วงใยคุณอยู่เสมอ" จ้อดจ้องมองเธอ ด้วยความรู้สึกห่วงใยอาทรอย่างเต็มตื้นเอื้อมมืออีกครั้งไปสัมผัสเส้นผมสลวยของเธอ ที่ปัดปลิวกับสายลมอยู่

"สินาวดี... บรื้อว... อูย ผมหนาวเหลือเกิน ฮัดเช้ย... ขอเสื้อคืนได้มั้ย"

ไม่มีคำหรือท่าทีตอบรับใดๆ จากสินาวดี จ้อดมองดูเธออีกครั้ง แล้วเขาก็โอบกอดร่างของเธอไว้ในวงแขนแนบแน่น และสนิทติดตรึงอยู่เช่นนั้น จนรู้สึกได้ถึงไออุ่น

"...ฮะ... ฮัด... ฮัด... ฮัดเช้ย" จ้อดเงยหน้าขึ้นมา

"ขอโทษที สินาวดี" แล้วก็โอบกอดเธอไว้อย่างเดิม

สินาวดีตื่นจากภวังค์ขึ้นมา ตอนได้ยินเสียงศุภชัยร้องเรียก (ทั้ง 2 คนนี้ ไม่เคยมีชื่อเล่น / ผู้เขียน)

"สินาวดี อยู่ตรงไหน... สินาวดี" ศุภชัยเดินมาใกล้พอจะเห็นเงาตะคุ่มๆ ว่ามีคนนั่งอยู่ตรงนั้น

"สินาวดีใช่ มั้ย... นั่งอยู่นี่เองเหรอ" หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งตรงไปหาศุภชัย

"อยู่นี่" สินาวดีเอ่ยบอกเมื่อเดินมาถึงตัวแฟนหนุ่ม

"เลิกร้องเพลงกันแล้วเหรอ"

"อือม์... เลยเหงาจัง"

"เมื่อกี้ สินาวดีก็เหงา เหงาตั้งนานนะ ชอบจังเลย"

"แล้วเสื้อใครเนี่ย"

"เสื้อจ้อด... เค้าให้ยืมคลุมไว้ ลมมันแรง"

"ระวังเป็นหวัดนะ" ศุภชัยเดินเข้าไปหาจ้อด

"...เฮ้ย จ้อด นั่นจ้อดหรือเปล่า ไงวะ มานั่งซึ้งอะไรอยู่ตรงนี้"

"โอ้โห ตัวร้อนจี๋เลย" สินาวดีร้องบอกศุภชัย เมื่อเธอเอามือไปแตะตัวจ้อด ที่นั่งสั่นงั่กๆ อยู่กับชายหาด

 

หนังสือเพลงมาใหม่อีก 4 เล่ม ทุกคนรอบกองไฟดีใจที่ไม่ต้องเหงา

"ใครจะซื้อหัวใจเปล่าเปลี่ยว... ราฮู... มีดวงเดียว... วาฮู..." ศุภชัยร้องเสียงดังกว่าใครอีกตามเคยสินาวดีเลิกเหงาแล้วง่วงนอน มานอนหลับอยู่ข้างๆ

"แล้วจ้อดล่ะ... ใครเห็นจ้อดบ้าง" ใครคนเดิมนั่นร้องถามแบบเบื่อๆ

 

คิดถึง...
ห่วงหา...
ศรัทธา...
ห่วงใย...
เป็นความในใจ...
ของใครก็ช่างหัวมัน...

นราณี

ขอขอบคุณ เรืองจาก http://www.katikala.com

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไปยาลใหญ่หนังสือเด็กแนวนี่เอง ฮ่าๆ

ชอบกลอนตอนจบจังครับ เศร้า*

#1 By redtear on 2008-04-04 20:15

ผมว่ามันไม่ตลกจริงๆด้วย การเล่นแง่ของความเหงาของจ๊อด และของสินาวดีเนี่ย

#2 By Crozzax on 2008-04-04 21:15