โปรดเถิด.......

posted on 24 May 2008 11:41 by sailomteepanmaa  in InMyMind

วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน ฉันขยับกายไปมาด้วยความไม่สะบายตัวเท่าใดนัก ผักหญ้านับวันรังแต่จะหากินยากขึ้นทุกที ร่างกายที่อ้วนเทอะทะเพราะต้องอุ้มท้องลูกน้อยของฉันมันประท้วงถึงความเหน็ดเหนื่อยที่แหล่งอาหารของเรามันหายากขึ้นทุกวัน หากเป็นสมัยก่อนแดดอ่อน ๆ ยามนี้คงไม่ทำให้ฉันต้องร้อนผิวกายเช่นนี้ อาหารการกินก็คงสมบูรณ์ไม่ต้องออกเดินทางระยะไกลขนาดนี้ เนื้อตัวฉันเหนียวเหนอะหนะไปหมด กระแสลมเปลี่ยนทิศทางหรือไร สายน้ำที่เคยเย็นฉ่ำกลับอุ่นครุ ฉันต้องออกเดินทางหาแหล่งน้ำแหล่งอาหารไกลออกไปทุกวัน ๆ แน่นอนที่สุด มันย่อมทำให้ฉันเสี่ยงภัยมากขึ้นไปด้วย

นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ฉันง่วนอยู่กับการเก็บผักเก็บหญ้าเพื่อดำรงชีวิตตนเองและลูกน้อยด้วยความเหนื่อยล้าและกำลังที่ต้องใช้มากกว่าเดิม ทันใดนั้นเองอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ร่างกายฉันกลับถูกตรึงด้วยเชือกนานับจนไม่สามารถขยับตัวได้ ฉันดิ้นรนเอาตัวให้รอดจากบ่วงบาศเหล่านั้น แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนจะยิ่งรัดแน่นเข้าไปทุกที เนื้อตัวของฉันถูกบาดด้วยคมเชือก ฉันหวาดกลัว สับสน ดิ้นรนจนสิ้นแรง และกองทรุดอยู่ตรงนั้นอย่างไม่สามารถจะช่วยเหลือตนเองได้

ความคิดนานับวิ่งเข้ามาในสมองอันขลาดเขลาของฉัน หากฉันถูกจับได้ฉันจะต้องถูกทำร้ายอย่างพวกของฉันหรือ ลูกของฉันจะเป็นอย่างไร ฉันคงไม่ได้กลับไปอยู่กับครอบครัวที่ฉันรักเสียแล้ว น้ำตาแห่งความวิตกกังวลและหวาดกลัวของฉันไหลนองหน้า

ราวกับเวลาผ่านไปนานจนชั่วกัปชั่วกัลป์ที่ฉันจมอยู่กับความทุกข์ทรมาณของการติดกับ ผู้คนมากมายมาจากไหนฉันไม่ทันสังเกตุแต่เสียโห่ร้องที่อึกทึกยิ่งทำให้ฉันเสียขวัญ เพียงไม่นานมือไม้เหล่านั้นก็พุ่งกระหน่ำลงบนเนื้อตัวของฉัน ต่างฉุดกระชากลากถู รุมทึ้งเอาชั้นออกมาจากกับดัก แต่มิใช่ด้วยความปราณี มันคือความหิวกระหายต่างหาก หิวกระหายเลือด และความสะใจบนความทุกข์ของผู้อื่น ฉันหวาดกลัวและกรีดร้อง สิ่งที่ฉันเห็นและได้ยินมีเพียงลมหายใจแห่งความหืนกระหาย พวกมันลากฉ้นเข้าไปไว้ด้านในโดยไม่สนใจว่าฉันจะเจ็บปวดกับการกระทำของพวกมันอย่างไร เสียงหวีดร้องโหยหวลของฉันไม่ได้ทำให้จิตใจของพวกมันมีเมตตาขึ้นเลยแม้แต่เพียงน้อย ภายในห้องเหม็นอับอันมืดมิดนั้น มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่ว ๆ และเสียงสะอื้นไห้ของฉันแต่เพียงผู้เดียว

"เร็ว ๆ กันหน่อยสิพวกมึงน่ะ ชักช้าเดี๋ยวพ่อมึงก็แห่กันมาหรอก ตั้งเสาเสร็จแล้วก็ไปลากอีนั้นออกมาด้วย"

เสียงคำรามแทรกอากาศมาต้องประสาทหูของฉัน มันทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัว ชายหนุ่มร่างกายกำยำเปิดประตูผัวะและก้าวเข้ามาลากเชือกที่ผูกมันตัวฉันอย่างไม่ปราณี มันลากฉันออกไปจากห้องผิวกายฉันถากถูกไปกับพื้นและผิวทรายแสบร้อนไปหมดทุกอนู เบื่องหน้าสิ่งที่ฉันมองเห็นแทบไม่เชื่อสายตามันคือ ขื่อคาขนาดใหญ่หรือสิ่งที่เขาเล่ากันเกี่ยวกับสิ่งที่พวกมันจะกระทำกับพวกเราหากจับพวกเราได้จะเป็นจริง

"เอามันแขวนกับขื่อ"

นำเสียงกระโชกโฮกฮากยังคงคำรามสั่งเป็นระยะ คนพวกนั้นจับฉันโยงกับขื่อด้านหน้า หรือว่า !!! ลูกน้อยของฉันจะไม่มีโอกาสออกมาดูโลกเสียแล้ว ฉันยังคงหวีดร้องขอชีวิต ฉันอ้อนวอนขอให้พวกมันเห็นแก่ลูกน้อยของฉัน ขอให้พวกมันปล่อยฉันไป แต่เหมือนพวกมันจะไม่รับรู้อะไร ร่างของฉันถูกจับโยงไว้กับขื่อสภาพไม่ต่างอะไรกับหมูที่ถูกแขวนไว้บนเขียง

"ขวับ ขวับ"

เสียงแส้แทรกผ่านอากาศดังมาข้างตัว ฉันเหลียวไปมองด้วยความหวาดกลัว ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยทำร้ายใคร แล้วเหตุใดพวกมันจึงต้องมาทำร้ายฉันแบบนี้ ความหวาดกลัวแล่นเข้ามาจับใจ ฉันรวบรวมเรี่ยวแรงสุดท้ายดิ้นสุดแรง เพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการที่ริดรอนอิสระภาพของฉันไว้ แต่ไม่เป็นผล และคงไม่มีวันเป็นผล

ความเจ็บปวดจับขั่วหัวใจเมื่อปลายแส้หางกระเบนฟาดขวับเขาที่กลางหลัง น้ำตาฉันไหลพราก ครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่ปราณี

"เอาพวกมึงทำเหี้ยอะไรอยู่หละ เอาแก้วไปรองสิวะ นั้นน้ำตามันไหลแล้ว ไอ้สัตว์เหนื่อยมาตั้งนานเดี๋ยวน้ำตาแม่งก็แห้งหมดหรอก เร็ว ๆ เข้าเดี๋ยวแม่งตายซะก่อน ยิ่งหายากอยู่นะมึงน้ำตายูนเนี่ย อีนี่น่ะ กว่ากูจะได้มันมาก็ต้องตามตั้งหลายวัน"

"ได้หรือยัง เร็วเข้ากูจะได้เฆี่ยนต่อ ให้แม่งไหลออกมาแยะ ๆ น้ำตามันน่ะ กูจะได้มีเมียเสียที อีดอกพลอยนี่แม่งก็เล่นตัวนัก ไปขอดี ๆ ไม่ชอบ อีสัตว์ต้องเจอแบบนี้ เหี้ยลงแส้ให้แม่งหายแค้น"

ชายหนุ่มพ่นคำพรุสวาทไป ง้างแส้หางกระเบนเฆี่ยนออกไปด้วยแรงแค้นอย่าไม่ใส่ใจจำนวนที่ต้องฟาดลงไป

"ได้เยอะหรือยัง แม่งตายห่าแล้วมั้งนี่ ลากแม่งไปทิ้งไกล ๆ นะ แล้วอย่าเสือกให้พ่อมึงจับได้หละ เดี๋ยวกูไปหาอีพลอยก่อน คราวนี้หละจะได้พิสูจน์กันเสียทีว่าน้ำตายูนนี่มันเมตตามหานิยมจริงหรือเปล่า"

เขากระหยิ่มยิ้มย่องเดินผ่าความมืดออกไป โดยไม่เหลี่ยวแลซากอันยับเยินของพะยูนท้องแก่ที่ถูกปลดให้ร่วงหล่นลงมาบนพื้นทรายอย่างไร้ค่า

พะยูน (Dugong dugon) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเลบริเวณชายฝั่งเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน มีการแพร่กระจายตั้งแต่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา อ่าวเปอร์เซีย อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และตอนเหนือของทวีปออสเตรเลีย อาหารหลักของพะยูนคือหญ้าทะเล ซึ่งขึ้นตามชายฝั่งที่ตื้น ด้วยสาเหตุที่พะยูนอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งที่มีสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างสงบคลื่นลม มีศัตรูตามธรรมชาติน้อย และการกินพืชเป็นอาหารหลัก ทำให้พะยูนมีการเคลื่อนที่ค่อนข้างช้า มีการแพร่กระจายจำกัดตามแหล่งอาหารที่มีเฉพาะบริเวณชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งที่มีกิจกรรมของมนุษย์มาก สาเหตุต่างๆเหล่านี้ทำให้พะยูนได้รับผลกระทบอย่างมากต่อการขยายตัวของชุมชนแนวชายฝั่ง ทั้งการล่าเพื่อเป็นอาหาร การติดเข้าไปในเครื่องมือประมงโดยบังเอิญ หรือการทำลายแหล่งหญ้าทะเลทั้งทางตรงและทางอ้อม

ปัจจุบันจำนวนพะยูนลดลงมากจนสูญพันธุ์ไปจากบางประเทศ และมีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อยๆ ในประเทศไทยเชื่อกันว่าแหล่งที่มีพะยูนมากที่สุดอยู่บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง โดยสุวรรณ และคณะ (2535) สำรวจพบพะยูนครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2534 จำนวนสูงสุด 14 ตัว และต่อมาในเดือนเมษายน 2535 สุวรรณ (2536) พบจำนวนสูงสุดถึง 61 ตัว ซึ่งแนวหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งหาอาหารของพะยูนบริเวณนี้ยังเป็นแหล่งทำการประมงของชุมชนชายฝั่งในบริเวณใกล้เคียงด้วย ดังนั้นหากจะมีการดำเนินการใดๆเพื่อที่จะเป็นการอนุรักษ์พะยูน จึงจำต้องมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพะยูนอย่างแน่ชัดเพื่อสามารถอธิบายถึงความจำเป็นในการดำเนินการ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อชุมชนที่ทำอาชีพในบริเวณดังกล่าว ในการศึกษานี้จึงมุ่งเน้นพฤติกรรมของพะยูนในบริเวณแนวหญ้าทะเลเพื่อให้ทราบถึงวิธีการดำรงชีพของพะยูน การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะต่อกิจกรรมของมนุษย์เป็นสำคัญ

ลักษณะทั่วไป

รูปร่างสัณฐานโดยรวมของลำตัวพะยูนนั้นเป็นทรงกระสวย ค่อนข้างอ้วน หรือป่องตรงกลาง แต่ป้อมสั้นไม่เพรียวเหมือนปลาโลมา เนื่องจากส่วนหัวเล็กและสั้น ช่วงอกและท้องขยายกว้าง โคนหางคอดเรียวเล็กลง พะยูนมีช่วงคอที่สามารถขยับได้ทุกทิศทาง ผิดกับปลาวาฬและแมวน้ำ แม้ว่าจะดูเหมือนกับไม่มีคอก็ตาม ครีบอกที่มีรูปร่างคล้ายใบบาย และเช่นเดียวกันสามารถเคลื่อนไหวได้รอบทิศทาง เหมือนกับแขนหรือขาหน้าของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกชนิดอื่น ๆ ส่วนแพนหางที่แผ่แบนใหญ่ในแนวราบปลายมนโค้งมีรอยบุ๋มเว้าเข้ามาตรงกลาง ทำให้ดูเหมือนว่าหางไม่มีกระดูกเช่นเดียวกับปลาวาฬ

ผิวหนังของพระยูนหนามาก และมีขนเป็นเส้นหยาบแข็งกระจัดกระจายอยู่ประปรายเช่นเดียวกับหนังช้าง แต่ผิวสีไม่เข้มนัก มักมีสีอ่อนเป็นสีเทาอมชมพูจนถึงสีน้ำตาล บนหัวอันค่อนข้างกลม เล็กของพะยูนมีรูจมูกอยู่ตอนหน้าเปิดขึ้นด้านบน จำนวน 1 คู่ มีลักษณะพิเศษคือ มีแผ่นผนังที่ใช้เปิดรูจมูกเพื่อกันน้ำเข้าขณะที่ดำลงใต้น้ำ และเปิดออกเมื่อหายใจบนผิวน้ำ ทั้งนี้เพราะพะยูนหายในด้วยปอด

ตาของพะยูนมีขนาดเล็กและกลม อยู่ด้านข้างของหัว ไม่มีหนังตา และขนตา การมองเห็นของพะยูนจัดว่าไม่ดีนัก แต่มีอวัยวะทดแทน คือ รูหู ซึ่งมีขนาดเล็ก ไม่มีใบหู อยู่ถัดจากตาไปด้านหลัง สามารถรับเสียงที่ผ่าน มาจากในน้ำได้อย่างดีมาก

ในช่องปาก กรามบนและกรามล่างมีฟันกรามรูปทรงกระบอกด้านละ 5-6 ซี่ ซึ่งฟันเหล่านี้ปราศจากเคลือบฟัน พะยูนเพศผู้จะมีฟันหน้าบนคู่แรก ซึ่งเป็นฟันที่ใช้ในการกัดและตัดที่งอกยาวออกมามากกกว่าพะยูนเพศเมีย โดยยื่นออกมาประมาณ 6-7 เซนติเมตรทำให้ดูคล้ายเขี้ยว อันอาจเเปรียบได้กับคู่งาของช้างพลายทั้งนี้เพราะพะยูนและช้างต่างมีต้นตอการวิวัฒนาการมาจากสาบรรพบุรุษเดียวกัน และเชื่อกันว่าเขี้ยวคู่นี้มีเอาไว้ให้พะยูนเพศผู้ใช้เกาะยึดหลังพะยูนเพศเมียขณะผสมพันธุ์ ป้องกันการลื่น ขนาดของพะยูนมีความยาวตั้งแต่ 1-4 เมตร และน้ำหนักราว 200-900 กิโลกรัมลูกพะยูนเกิดใหม่คาดวามีความยาว 1 เมตร และมีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 60-100 กิโลกรัม

แหล่งที่อยู่อาศัย

พะยูนชอบอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีระดับน้ำค่อนข้างตื่นประมาณ 1-12 เมตร โดยเข้าหากินตามแนวหญ้าทะเลที่มีความลึก 1-3 เมตร และหลบหลีกศัตรูลงไปที่ความลึกราว 2-7 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลที่พะยูนชอบประมาณ 18-19 องศาเซลเซียส แต่แม้ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลในเขตร้อนโดยทั่วไปจะประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ก็ตาม พะยูนยังคงอาศัยอยู่ได้พะยูนเลือกที่อยู่บริเวณชายฝั่งที่มีน้ำทะเลขุ่นและค่อนข้างสงบปราศจากคลื่นลมรุนแรง ทั้งนี้เพราะเป็นการง่ายต่อการทรงตัวในน้ำขณะกินหญ้าทะเล

อาหาร

พะยูน เป็นสัตว์กินพืชโดยกินหญ้าทะเลเป็นอาหารหลักจากการศึกษาพบว่าพะยูนในประเทศไทยชอบกินหญ้าทะเล 3 ชนิด คือ หญ้าทะเลใบกลม (Halophila ovalis) หน้าเต่า (Thalassic hemprichii) หญ้าชะเงาใบสีน้ำตาล (Cymodocea rotundata) แต่มีรายงานว่าในมหาสมุทรแปซิฟิกบางแห่งพบว่า พะยูนกินหอยขนาดเล็กบ้างแต่ไม่มากนักและไม่ใช่อาหารหลัก เข้าใจว่าคงปะปนไปกับหญ้าทะเลที่กำลังถูกดุนกัดกินอยู่ตามพื้นทะเลนั่นเอง

พะยูนดำน้ำลงกินหญ้าทะเล และจะโผล่ขึ้นมาหายใจทุก 1-3 นาที โดยใช้เวลาหายใจบนผิวน้ำสั้นมากเพียง 2-3 วินาทีต่อครั้งพะยูนออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน โดยใช้เวลาหากินวันละ 15-20 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ปริมาณอาหารประมาณ 25-30 กิโลกรัมต่อวัน การกินหญ้าทะเลของพะยูนกระทำโดยการใช้ริมฝีปากที่หนาและแข็งแรงดุนกินลำต้นหรือหัวของหญ้าทะเล ซึ่งฝังอยู่ในพื้นทราบ เช่นเดียวกับการขุดหรือดุนหาอาหารของหมู จึงทำให้พะยูนมีชื่อไทยอีกชื่อหนึ่งว่า "หมูน้ำ" และด้วยพฤติกรรมการกินหญ้าเหมือนวัว จึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Sea cow"

การสืบพันธุ์

พะยูนไม่มีฤดูกาลสืบพันธุ์ที่แน่นอน วัยเจริญพันธุ์หรือความพร้อมเพื่อพันธุ์อยู่ในราว 8-18 ปี เพื่อพะยูนทั้งเพศผู้และเพศเมียผสมพันธุ์กันแล้วจะใช้เวลาตั้งท้อง 11 เดือน (บางรายงาน 13-15 เดือน) โดยปกติแล้ว แม่พะยูนให้กำเนิดลูกครั้งละ 1 ตัว แต่ก็มีบางครั้งที่ออกเป็นลูกแฝด ลูกพะยูนจะอยู่กับแม่เพื่อกินนมเป็นเวลา 2 ปี จึงหย่านม ซึ่งตลอดระยะเวลาพะยูนตัวเป็นที่พ่อจะยังคงช่วยเลี้ยงลูกด้วย แต่ก็มีรายงานส่วนหนึ่งกล่าวว่า พะยูนเพศผู้มักไม่ช่วยเลี้ยงลูกเพียงแต่ทำหน้าที่ผสมพันธุ์แล้วก็แยกย้ายกันไป

พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือออกลูกเป็นตัว มีระบบรกเพื่อช่วยส่งเลือดไปเลี้ยงตัวอ่อนในมดลูก แต่เนื่องจากความที่ต้องอาศัยอยู่ในน้ำ ทำให้มีวิวัฒนาการของรกเป็นแบบไม่หลุดออก (Nondeciduous placental) เพื่อป้องกันมิให้เสียเลือดออกไปมากขณะคลอดลูกในน้ำ อีกทั้งการแข็งตัวของเลือดเป็นไปอย่างรวดเร็วมากเพื่อช่วยป้องกันสารเสียเลือดอีกทางหนึ่ง ลูกอ่อนที่ออกมาจากเกาะดูดนมจากเต้านมของแม่ ตรงตำแหน่งหน้าอกใต้ครีบอกทั้งสองข้าง โดยแม่พะยูนอาจว่ายน้ำเอียงตัวให้ก่อนพร้อมทั้งใช้ครีบอกช่วยพยุงประคองลูกอ่อนไว้ จนเมื่อลูกแข็งแรงสามารถดูดนมได้เองจากด้านล่างขณะว่ายน้ำ ตลอดช่วงอายุพะยูนเพศเมียซึ่งยืนยาวกว่า 50-55 ปีนั้น สามารถให้ลูกได้เพียง 5-6 ตัว และนี่คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พะยูนใกล้สูญพันธ์ง่ายขึ้น

จากเหตุที่พะยูนเป็นสัตว์ที่ไม่มีอวัยวะใด ๆ ในการต่อสู้ป้องกันตัว และมีข้อจำกัดในเรื่องของการสืบพันธุ์และอาหารการกิน จึงเป็นเหตุให้จำนวนประชากรของพะยูนมีอยู่ไม่มากนักสมทบกับปัญหาของแหล่งอาหารของพะยูน ซึ่งก็คือ แหล่งหญ้าทะเล กำลังถูกคุกคามและลดจำนวนลงเรื่อย ๆ และปัญหาของการติดอวนของชาวประมง ทำให้พะยูนไม่สามารถขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำได้พะยูนเป็นจำนวนมากต้องสูญเสียชีวิตลงภายในอวนประมงเหล่านั้นในปัจจุบันจำนวนของพะยูนทั่วโลกจึงลดลงไปเรื่อย ๆ และความรู้ความเข้าใจของมนุษย์ที่มีต่อการดำรงชีวิตของพะยูนก็มีอยู่อย่างจำกัดเราจึงควรต้องรีบดำเนินการใด ๆ เพื่อให้พะยูนและลูกน้อยสามารถดำรงเผ่าพันธุ์ของตนไว้คู่กับมนุษย์เราได้ต่อไป

การป้องกันตัว

ถึงแม้ว่าชาวประมงในจังหวัดตรังจะอ้างว่าเคยเห็นพะยูนใช้หัวชนปลาฉลาม แต่จากศึกษาในครั้งนี้พบว่าพะยูนมีการป้องกันตัวเพียงสองแบบคือ

การว่ายน้ำหนีลงร่องน้ำ หากพะยูนรู้สึกว่าถูกคุกคาม จะค่อยๆเคลื่อนที่ลงร่องน้ำใกล้เคียงแล้วว่ายออกสู่ที่ลึก หากตกใจพะยูนจะว่ายหนีอย่างรวดเร็วโดยใช้ครีบหางโบกอย่างเร็ว ส่วนครีบหน้าหุบไว้ข้างตัว โดยมีความเร็วระหว่าง 30 – 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนพะยูนที่มีลูกอ่อนจะว่ายน้ำช้ากว่า อาจเนื่องจากต้องรอลูกซึ่งว่ายน้ำได้ไม่เร็วนัก
การกบดานอยู่นิ่งๆ การป้องกันตัวแบบนี้พบได้เพียงหนึ่งครั้งจากการสังเกตุพะยูนบริเวณแหลมหยงหลำ ที่น่าสนใจคือพะยูนมีเทคนิคที่ซับซ้อนขึ้นในการพรางตัว คือเมื่อพะยูนได้รู้ว่าอาจมีการรุกราน พะยูนตัวหนึ่งใช้หางโบกพัดพื้นทรายอย่างแรงจนตะกอนฟุ้งขึ้น แต่พะยูนก็ไม่ได้เคลื่อนที่ไปที่ใด และอาศัยกบดานนิ่งอยู่ที่พื้นบริเวณที่ตะกอนฟุ้งกระจายอยู่นั่นเอง

จากการทดลองเกี่ยวกับการตอบสนองของพะยูนต่อมนุษย์ พบว่าพะยูนจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้มนุษย์และเรือ โดยหากทราบว่ามีเรืออยู่ใกล้ๆพะยูนจะหลบออกไปในระยะประมาณ 50 เมตร แต่จะใกล้กว่านี้หากเป็นเรือที่หยุดนิ่งลอยลำโดยไม่ติดเครี่องยนต์ยกเว้นพะยูนตัวหนึ่งบริเวณแหลมหยงหลำ ซึ่งจะคุ้นกับคนและสามารถเข้าใกล้ได้เป็นพิเศษ ซึ่งบางครั้งอาจพบมันว่ายห่างจากเรือเพียง 10 เมตร

ประสาทสัมผัส

พะยูนมีการมองเห็นที่ไม่ดีมากนักเนื่องจากน้ำทะเลในบริเวณที่พะยูนอาศัยอยู่มีความโปร่งใสน้อย (บริเวณเกาะลิบงประมาณ 2 เมตร บริเวณแหลมหยงหลำประมาณ 3 เมตร) แต่การรับรู้เกี่ยวกับเสียงกลับดีมากเป็นพิเศษ พะยูนนอกจากจะสามารถแยกชนิดของแหล่งกำเนิดเสียงได้แล้ว ยังสามารถแยกทิศทางของเสียงได้ด้วย นอกจากนี้พะยูนยังมีการสื่อสารกัน สิ่งที่แสดงว่าพะยูนสามารถหาทิศทางและสื่อสารกันได้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Hot!

#1 By neverbeen kiss* on 2008-05-24 11:54

ขออภัยจากไปหลายเพลาไม่ได้ร่ำได้ลา กล่าวบอกค่ะ ขอบคุณสำหรับทุก จดหมายน้อยหลังบ้านนะค่ะ

ใครที่คิดถึงจัดส่งแท๊กกกกกกกกกกก มาให้รอรับได้เลยนะจ๊ะ จะจัดให้แต่โดยไว

ขอบพระทัยที่รอ sad smile
ขออนุญาตกดดาวนะครับพี่สายลมฯHot!ชอบจริงเลย อ่านแล้วหักมุมเสมอเลย แถมงานพี่ยังให้ข้อคิดอีกนะครับ เมื่อไหร่มีผลงานรวมเล่มบอกนะครับ แจกให้ผมฟรีหนึ่งเล่มด้วยนะครับ (ล้อเล่นน่ะครับ อุดหนุนอยู่แล้ว)big smile
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ ผมชอบมาก

เพราะว่ามันสามารถเหนี่ยวนำอารมณ์ของผมให้ตกไปได้ทั้งสองตัวละครและยังสามารถเหลือความตระหนักใจไว้ปลายความรู้สึกเมื่ออ่านจบแล้ว

เจ๋งครับให้Hot!ไปเลย

#4 By Crozzax on 2008-05-24 22:35

ป้า ไอ้เรื่องแทกตู้เย้น ป้าก็เปิดตู้เย็นแล้วก็ถ่ายให้เค้าดู
ว่าในตู้เย้นป้ามีอะไรบ้าง แค่นี้แหละ
แต่ตู้เย็นป้า ถ้าถ่ายมาคงฮือฮาน่าดูconfused smile

#5 By seaugpor on 2008-05-24 23:51

อ่านแล้วเศร้า รักน้องพะยูน แม้ใครจะว่าเราเหมือนพะยูน
พะยูนน่ารักอ่ะ

#6 By General เบ๊ on 2008-05-25 08:33

รักน้องยูนนะอยู่ด้วยกันก่อนconfused smile

#7 By zero-be on 2008-05-25 13:50

เศร้าจัง....

ทำไมถึงต้องทำกับมันขนาดนั้นนะ
"....อีสัตว์ต้องเจอแบบนี้ เหี้ยลงแส้ให้แม่งหายแค้น"
....อารมย์ลอยมาเป็นตัวเป็นตนเลย
Hot! Hot!
'block cooool!'

#9 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-05-25 19:39

T___T ฮือออ

#10 By chaiha on 2008-05-26 00:23

กลับมาแล้วเหรอ
คิดถึงเจ๊มากๆ ค่ะ
.
.
แหม่......ยาวขนาดนี้......นานแค่ไหนก็คุ้มที่รอน่อ big smile

#11 By ArchmaniaC on 2008-05-26 01:30

Hot!
ความเชื่องมงายบ้าๆ ทำให้สัตว์ต้องตาย..

#12 By l)eityZel2o♥ on 2008-05-26 12:16

ทำไมถึงโหดร้ายกับพยูนอย่างนี้
พรากชีวิตของผู้อื่นเพื่อสนองตัณหาของตัวเอง

อ่านแล้วเศร้ามากเลย

#13 By miiself on 2008-05-26 15:40

อ่า.......
น่าสงสาร
คนเราช่างสรรหาสิ่งรอบตัวมาใช้ประโยชน์จริงๆ

#14 By Adrias on 2008-05-26 19:27

ชอบเวลาคุณสายลมบรรยายภาพครับ
ชอบมาก ถ้าเป็นภาพก็เหมือนภาพแรกที่ประกอบนั่นเลย
คือเป็นบรรยากาศ กึ่งๆฝันน่ะครับHot!

น่าสงสารมากครับ

#15 By GPEN on 2008-05-27 13:39

มันเศร้ามากเลยค่ะ
ชอบมากเวลาที่บรรยายภาพออกมา
ทำให้นึกภาพออกทุกๆเรื่องเลย Hot!

#16 By Teshhiiiiiiiiii on 2008-05-27 19:18

คุณพี่ขาาาา หนูไปเจอไอ้นี่มาแหล่ะค่าาาา
http://www.oknation.net/blog/swongviggit/2008/04/11/entry-3/comment#post

คอมเมนท์ที่นั่นไม่ได้อ่ะ ขี้เกียจสมัคร
นี่ถ้าไม่ได้เสิร์ชบล็อกตัวเองด้วยมึงเกิ้ล คงไม่มีโอกาสได้มาโผล่ที่นี่หรอกครับ
อ่านแล้วรู้สึกอยากฆ่าตัวตายจริงๆ คุณตำรวจครับ ถ้าผมตาย อย่าว่าเจ้สมชาย ณ สายลมนะครับ

#17 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-05-30 18:10