พ.ร.บ.คำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 คุณคิดอย่างไร !!!
posted on 04 Jun 2008 02:55 by sailomteepanmaa in Special
พ.ร.บ.คำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551
ประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งจะทำให้หญิงซึ่งแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสแล้ว สามารถที่จะเลือกใช้ 'นาง' หรือ 'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ และหญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' หรือ 'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ
โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือประมาณวันที่ 4 มิถุนายน 2551
ส่วนเหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ โดยที่การใช้คำนำหน้านามของหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วต้องใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' คำเดียว โดยมิอาจเลือกได้ตามความสมัครใจ ทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวันอาทิ การประกอบอาชีพ การศึกษาของบุตร และการทำนิติกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้การใช้คำนำหน้านามในลักษณะดังกล่าวของหญิงมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ สมควรกำหนดให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจซึ่งเป็นการสอดคล้องกับการเลือกใช้นามสกุลตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคลรายละเอียดของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีดังนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า 'พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑'
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบการใช้คำนำหน้านามหญิงเป็นอย่างอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๔ หญิงซึ่งมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ใช้คำนำหน้านามว่า “นางสาว”
มาตรา ๕ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' หรือ 'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว
มาตรา ๖ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' หรือ 'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามตามพระราชบัญญัตินี้
เหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ โดยที่การใช้คำนำหน้านามของหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วต้องใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' คำเดียว โดยมิอาจเลือกได้ตามความสมัครใจ ทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวันอาทิ การประกอบอาชีพ การศึกษาของบุตร และการทำนิติกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้การใช้คำนำหน้านามในลักษณะดังกล่าวของหญิงมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ สมควรกำหนดให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจ
อ่านกฏหมาย อ่านเหตุผล โดยส่วนตัวสายลมฯ ยังไม่เป็นความจำเป็นที่เป็นสาระสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องเปลียนคำนำหน้านามดังกล่าว
อาจจะเป็นเพราะความรู้และวิสัยทัศน์อันน้อยนิดของตัวเองก็เลยมองไม่กระจ่างแจ้งเช่นเดียวกับท่านผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายที่ยื่นเปลี่ยนกฏหมายตัวนี้
ถ้าจำไม่ผิดการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของผู้หญิงเรา จากคำว่า "อำแดง" มาเป็น "นาง" และ "นางสาว" มีมากว่า 90 ปีแล้ว เหตุผลก็เพื่อให้สามารถแยกแยะได้ระหว่าง "หญิงที่แต่งงานแล้ว" และ "หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน" ตามประเพณีนิยมของชาติตะวันตก
หากต้องการความเห็นของสายลมฯ สายลมฯ คิดว่า เนื่องจากผู้หญิงเป็นเพศที่พึงต้องปกป้องความเป็นสตรีเพศของตนไว้ การที่มีสามีแล้วและได้รับคำนำหน้าชื่อว่า "นาง" นั้นอาจเนื่องจากต้องการป้องกันปัญหาอันเกิดมาจากเรือง "ชู้สาว" เหตุเพราะหากใช้คำนำหน้าชื่อเหมือนกันหมดแล้ว อาจจะทำให้ "ชาย" เข้าใจผิดว่ายังไม่มีสามี และอาจเกิดกรณีผิดพลาดทางชู้สาวได้ อีกทั้งยังเป็นเครื่องระลึกเตือนใจสตรีในการดำรงตนว่า "ตนมีสามีแล้ว" หรือ "เคยมีสามี" ซึ่งสถานะภาพดังกล่าวย่อมแตกต่างจาก "สถานะภาพโสด" การวางตัวย่อมแตกต่างกัน
ถึงกระนั้นอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ก็ยังคงมีปัญหาชู้สาวเกิดขึ้นกับ "หญิงมีสามีแล้ว" หรือ "หญิงที่เคยมีสามี" อยู่ให้เห็นเป็นระยะ
เหตุผลใด ๆ ที่อ้างกันมาในการนำเรืองนี้ซึ่งเป็นดาบสองคมออกมาใช้นั้น ส่วนตัวสายลมฯ เองยังไม่เห็นข้อดีที่มีมากกว่าข้อเสีย แต่อย่างไร เหตุผลเดียวที่มีสำหรับสายลมฯ คือ "ต้องการปกปิดสถานภาพอันแท้จริง" เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลที่กล่าวอ้างในเรือง การทำนิติกรรม, การสมัครงาน หรือแม้นแต่การเลือกคู่ มันดูเหมือนการปกปิดข้อมูลในการตัดสินใจของคู่กรณีอย่างไรชอบกล
ซึ่งมันก็มีกฏหมายเกี่ยวกับการรับรองพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ เช่น การเป็นโมฆียะของการทำสัญญา เนืองจากการปกปิดข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญแก่การตัดสินใจ ซึ่งแม้นว่าจะสมบูรณ์ด้วยการให้ "สัตยาบัน" ก็ตาม แต่การให้ "สัตยาบัน" ก็เนืองมาจาก คู่กรณีรู้ภายหลังและอาจจะปล่อยให้เลยตามเลย แต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกันที่ยอมให้ สัญญาดังกล่าวเป็น "โมฆะกรรม" ในเรืองนี้หากมีการฟ้องกันขึ้นสายลมฯ ว่าศาลไทยคงสนุกสนานหน้าดู
โดยเฉพาะหากมาอ้างเรือง "ความรัก" ว่าถ้ามาทราบภายหลัง "ความรัก" จะทำให้ยอมรับได้ หรือยอมให้ "สัตยาบัน" นั้นเอง สายลมฯ ว่าไม่นะค่ะ เพราะ "ความรักควรจะเริ่มจากความจริงใจ" ไม่ใช่ "ความลวง" ค่ะ ระวังว่า "ความรัก จะเปลี่ยนเป็น ความแค้น" แทน ดังนั้น อย่าได้หวังเลยค่ะว่ามันจะสมใจไปเสียทุกเรือง
และหากอ้างเหตุผลแห่งความเท่าเทียมเพียงอย่างเดียวแล้ว คาดว่าในอนาคตอันใกล้ คงมีอีกหลาย ๆ ท่านออกมาเรียกร้องความเท่าเทียมของกลุ่มทางเพศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเรียกร้องการใช้คำนำหน้าชื่อของสตรีข้ามเพศหรือ บุรุษข้ามเพศ หรือ กลุ่มรักร่วมเพศ หรืออื่น ๆ ที่ต้องการความเท่าเทียมไม่ต่างกันกับสตรี
อย่าหาว่าสายลมฯ Over เลยนะค่ะ คุณลองคิดดูสิค่ะว่า หากผู้ชายในโลกนี้แต่งงานกับสตรีข้ามเพศที่มีคำนำหน้านามว่า "นางสาว" โดยที่ไม่ทราบมาก่อนว่าเธอเหล่านั้น ได้คำนำหน้าชื่อเพราะข้ามเพศมา อะไรจะเกิดขึ้นค่ะ หรือว่า......
เราจะทำเด็กหลอดแก้วแทนการตั้งครรภ์ ????
การแก้ไขทั้งในเรืองของความเท่าเทียมและเรืองอื่น ๆ เราควรเอาผลของเหตุจริง ๆ มาแก้น่าจะดีกว่าหรือไม่ค่ะ แก้ให้ตรงจุด มองหาปัญหาที่แท้จริง .... ซึ่งมันน่าจะสืบเนื่องมาจากปัญหา "จริยธรรม" ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำนำหน้าชื่อของชาย "นาย" ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง หากทุกอย่างถูกควบคุมด้วย "จริยธรรม" และ "ความยับยั้งชั่งใจ" แล้วก็คงไม่ต้องมีคำนำหน้าชื่อกันหรือกค่ะ
หรือจะเอาแบบประเทศลาว ค่ะ ไม่มีคำว่า "นางสาว" ไม่มีคำว่า "เด็กชาย" หรือ "เด็กหญิง" หากเพศแต่กำเนิดระบุว่าเป็นชาย ชายทุกคนล้วนมีคำนำหน้าชื่อเป็น "นาย" ตั้งแต่เกิด หรือเพศกำเนิดระบุว่าเป็นหญิง หญิงทุกคนก็จะมีคำนำหน้าชื่อว่า "นาง" ทุกคนเช่นกัน
ถึงตอนนั้นหละค่ะ จะรู้ว่าปัญหาการแยกแยะน่ะ มันสำคัญอย่างไร
ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าเพราะสายลมฯ ดำรงสถานะ "นางสาว" นะค่ะ พออายุมาก ๆ แล้วก็อายเหมือนกันค่ะ นี่ว่าจะไปเรียนต่อ จะได้ไม่ต้องใช้คำนำหน้าชื่อว่า "นางสาว" ไปจนตาย รู้งี้ไปเป็นทหารอย่างที่แม่บอกไปแล้ว อย่างน้อยก็ยังมี "ยศ" นำหน้าชื่อ แทนคำว่า "นางสาว" เห้ออออออ แย่จัง
รวบกวนช่วยแสดงความเห็นด้วยนะคะ
อยากทัศนะวิสัยก้าวไกลกว่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณข้อมูลเบื้องต้นจาก : http://guru.sanook.com/pedia/
l
ประมาณว่า
สวย..เลือกได้
เรื่องแบบนี้ก็เสรีได้นี่คะ น่าจะเหมือนเรื่องนามสกุลแหละมั้ง
ส่วนใครจะยอมให้ภรรยา ใช้ "นางสาว"
ก็คงเป็นเรื่องที่คุยกันเอง ภายในครอบครัว ก็ว่ากันไป
เพราะการเลือกปฏิบัติมันก็มีอยู่จริง
แต่เหตุผลที่คุณ จขบ ว่ามานั่นก็ สมเหตุสมผลเหมือนกันแฮะ
--------------------------------------------------------
ส่วนเรื่องข้ามเพศ เราก็เห็นด้วยอีก
เรื่อง ให้หญิงข้ามเพศ
ใช้คำนำหน้าอื่น นอกจากนาย ได้
แต่จะใช้ นาง / นางสาว / อื่นๆที่คิดเอาใหม่นั้น ก็ว่ากันไป
เพราะเค้าก็ควรได้รับการยอมรับนับถือให้เป็นผู้หญิงนี่เนาะ
#1 By PoY on 2008-06-04 03:17