พ.ร.บ.คำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551

ประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งจะทำให้หญิงซึ่งแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสแล้ว สามารถที่จะเลือกใช้ 'นาง' หรือ 'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ และหญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' หรือ 'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ

โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือประมาณวันที่ 4 มิถุนายน 2551

ส่วนเหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ โดยที่การใช้คำนำหน้านามของหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วต้องใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' คำเดียว โดยมิอาจเลือกได้ตามความสมัครใจ ทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวันอาทิ การประกอบอาชีพ การศึกษาของบุตร และการทำนิติกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้การใช้คำนำหน้านามในลักษณะดังกล่าวของหญิงมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ สมควรกำหนดให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจซึ่งเป็นการสอดคล้องกับการเลือกใช้นามสกุลตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคลรายละเอียดของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีดังนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า 'พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑'

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบการใช้คำนำหน้านามหญิงเป็นอย่างอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๔ หญิงซึ่งมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ใช้คำนำหน้านามว่า “นางสาว”

มาตรา ๕ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' หรือ 'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว

มาตรา ๖ หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงจะใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' หรือ 'นางสาว' ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว

มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามตามพระราชบัญญัตินี้

เหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ โดยที่การใช้คำนำหน้านามของหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วต้องใช้คำนำหน้านามว่า 'นาง' คำเดียว โดยมิอาจเลือกได้ตามความสมัครใจ ทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวันอาทิ การประกอบอาชีพ การศึกษาของบุตร และการทำนิติกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้การใช้คำนำหน้านามในลักษณะดังกล่าวของหญิงมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ สมควรกำหนดให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจ

อ่านกฏหมาย อ่านเหตุผล โดยส่วนตัวสายลมฯ ยังไม่เป็นความจำเป็นที่เป็นสาระสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องเปลียนคำนำหน้านามดังกล่าว

อาจจะเป็นเพราะความรู้และวิสัยทัศน์อันน้อยนิดของตัวเองก็เลยมองไม่กระจ่างแจ้งเช่นเดียวกับท่านผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายที่ยื่นเปลี่ยนกฏหมายตัวนี้

ถ้าจำไม่ผิดการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของผู้หญิงเรา จากคำว่า "อำแดง" มาเป็น "นาง" และ "นางสาว" มีมากว่า 90 ปีแล้ว เหตุผลก็เพื่อให้สามารถแยกแยะได้ระหว่าง "หญิงที่แต่งงานแล้ว" และ "หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน" ตามประเพณีนิยมของชาติตะวันตก

หากต้องการความเห็นของสายลมฯ สายลมฯ คิดว่า เนื่องจากผู้หญิงเป็นเพศที่พึงต้องปกป้องความเป็นสตรีเพศของตนไว้ การที่มีสามีแล้วและได้รับคำนำหน้าชื่อว่า "นาง" นั้นอาจเนื่องจากต้องการป้องกันปัญหาอันเกิดมาจากเรือง "ชู้สาว" เหตุเพราะหากใช้คำนำหน้าชื่อเหมือนกันหมดแล้ว อาจจะทำให้ "ชาย" เข้าใจผิดว่ายังไม่มีสามี และอาจเกิดกรณีผิดพลาดทางชู้สาวได้ อีกทั้งยังเป็นเครื่องระลึกเตือนใจสตรีในการดำรงตนว่า "ตนมีสามีแล้ว" หรือ "เคยมีสามี" ซึ่งสถานะภาพดังกล่าวย่อมแตกต่างจาก "สถานะภาพโสด" การวางตัวย่อมแตกต่างกัน

ถึงกระนั้นอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ก็ยังคงมีปัญหาชู้สาวเกิดขึ้นกับ "หญิงมีสามีแล้ว" หรือ "หญิงที่เคยมีสามี" อยู่ให้เห็นเป็นระยะ

เหตุผลใด ๆ ที่อ้างกันมาในการนำเรืองนี้ซึ่งเป็นดาบสองคมออกมาใช้นั้น ส่วนตัวสายลมฯ เองยังไม่เห็นข้อดีที่มีมากกว่าข้อเสีย แต่อย่างไร เหตุผลเดียวที่มีสำหรับสายลมฯ คือ "ต้องการปกปิดสถานภาพอันแท้จริง" เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลที่กล่าวอ้างในเรือง การทำนิติกรรม, การสมัครงาน หรือแม้นแต่การเลือกคู่ มันดูเหมือนการปกปิดข้อมูลในการตัดสินใจของคู่กรณีอย่างไรชอบกล

ซึ่งมันก็มีกฏหมายเกี่ยวกับการรับรองพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ เช่น การเป็นโมฆียะของการทำสัญญา เนืองจากการปกปิดข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญแก่การตัดสินใจ ซึ่งแม้นว่าจะสมบูรณ์ด้วยการให้ "สัตยาบัน" ก็ตาม แต่การให้ "สัตยาบัน" ก็เนืองมาจาก คู่กรณีรู้ภายหลังและอาจจะปล่อยให้เลยตามเลย แต่ก็มีไม่น้อยเหมือนกันที่ยอมให้ สัญญาดังกล่าวเป็น "โมฆะกรรม" ในเรืองนี้หากมีการฟ้องกันขึ้นสายลมฯ ว่าศาลไทยคงสนุกสนานหน้าดู

โดยเฉพาะหากมาอ้างเรือง "ความรัก" ว่าถ้ามาทราบภายหลัง "ความรัก" จะทำให้ยอมรับได้ หรือยอมให้ "สัตยาบัน" นั้นเอง สายลมฯ ว่าไม่นะค่ะ เพราะ "ความรักควรจะเริ่มจากความจริงใจ" ไม่ใช่ "ความลวง" ค่ะ ระวังว่า "ความรัก จะเปลี่ยนเป็น ความแค้น" แทน ดังนั้น อย่าได้หวังเลยค่ะว่ามันจะสมใจไปเสียทุกเรือง

และหากอ้างเหตุผลแห่งความเท่าเทียมเพียงอย่างเดียวแล้ว คาดว่าในอนาคตอันใกล้ คงมีอีกหลาย ๆ ท่านออกมาเรียกร้องความเท่าเทียมของกลุ่มทางเพศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเรียกร้องการใช้คำนำหน้าชื่อของสตรีข้ามเพศหรือ บุรุษข้ามเพศ หรือ กลุ่มรักร่วมเพศ หรืออื่น ๆ ที่ต้องการความเท่าเทียมไม่ต่างกันกับสตรี

อย่าหาว่าสายลมฯ Over เลยนะค่ะ คุณลองคิดดูสิค่ะว่า หากผู้ชายในโลกนี้แต่งงานกับสตรีข้ามเพศที่มีคำนำหน้านามว่า "นางสาว" โดยที่ไม่ทราบมาก่อนว่าเธอเหล่านั้น ได้คำนำหน้าชื่อเพราะข้ามเพศมา อะไรจะเกิดขึ้นค่ะ หรือว่า......

เราจะทำเด็กหลอดแก้วแทนการตั้งครรภ์ ????

การแก้ไขทั้งในเรืองของความเท่าเทียมและเรืองอื่น ๆ เราควรเอาผลของเหตุจริง ๆ มาแก้น่าจะดีกว่าหรือไม่ค่ะ แก้ให้ตรงจุด มองหาปัญหาที่แท้จริง .... ซึ่งมันน่าจะสืบเนื่องมาจากปัญหา "จริยธรรม" ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำนำหน้าชื่อของชาย "นาย" ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง หากทุกอย่างถูกควบคุมด้วย "จริยธรรม" และ "ความยับยั้งชั่งใจ" แล้วก็คงไม่ต้องมีคำนำหน้าชื่อกันหรือกค่ะ

หรือจะเอาแบบประเทศลาว ค่ะ ไม่มีคำว่า "นางสาว" ไม่มีคำว่า "เด็กชาย" หรือ "เด็กหญิง" หากเพศแต่กำเนิดระบุว่าเป็นชาย ชายทุกคนล้วนมีคำนำหน้าชื่อเป็น "นาย" ตั้งแต่เกิด หรือเพศกำเนิดระบุว่าเป็นหญิง หญิงทุกคนก็จะมีคำนำหน้าชื่อว่า "นาง" ทุกคนเช่นกัน

ถึงตอนนั้นหละค่ะ จะรู้ว่าปัญหาการแยกแยะน่ะ มันสำคัญอย่างไร

ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าเพราะสายลมฯ ดำรงสถานะ "นางสาว" นะค่ะ พออายุมาก ๆ แล้วก็อายเหมือนกันค่ะ นี่ว่าจะไปเรียนต่อ จะได้ไม่ต้องใช้คำนำหน้าชื่อว่า "นางสาว" ไปจนตาย รู้งี้ไปเป็นทหารอย่างที่แม่บอกไปแล้ว อย่างน้อยก็ยังมี "ยศ" นำหน้าชื่อ แทนคำว่า "นางสาว" เห้ออออออ แย่จัง

รวบกวนช่วยแสดงความเห็นด้วยนะคะ

อยากทัศนะวิสัยก้าวไกลกว่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณข้อมูลเบื้องต้นจาก : http://guru.sanook.com/pedia/

l

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โห... แต่เรากลับเห็นด้วย
ประมาณว่า
สวย..เลือกได้ confused smile
เรื่องแบบนี้ก็เสรีได้นี่คะ น่าจะเหมือนเรื่องนามสกุลแหละมั้ง
ส่วนใครจะยอมให้ภรรยา ใช้ "นางสาว"
ก็คงเป็นเรื่องที่คุยกันเอง ภายในครอบครัว ก็ว่ากันไป
เพราะการเลือกปฏิบัติมันก็มีอยู่จริง
แต่เหตุผลที่คุณ จขบ ว่ามานั่นก็ สมเหตุสมผลเหมือนกันแฮะ
--------------------------------------------------------
ส่วนเรื่องข้ามเพศ เราก็เห็นด้วยอีก
เรื่อง ให้หญิงข้ามเพศ
ใช้คำนำหน้าอื่น นอกจากนาย ได้
แต่จะใช้ นาง / นางสาว / อื่นๆที่คิดเอาใหม่นั้น ก็ว่ากันไป
เพราะเค้าก็ควรได้รับการยอมรับนับถือให้เป็นผู้หญิงนี่เนาะcry

#1 By PoY on 2008-06-04 03:17

เมนท์ยากจังอ่ะ พี่ ซอส ... รอบที่ 4 แล้วอ๊ะ

sad smile
จะขึ้น หมายเนีย
ตอนแรกก็พิมพ์ เสียยาว ตอนนี้สั้นลงกว่าตอนแรกและ

เอาเป็นว่า นานา จิตตัง ค่ะ
เมื่อไหร่ที่ ยอมให้ นาย เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาวได้เมื่อไหร่ อันนั้นน่ากลัวกว่า มั่กๆ sad smile sad smile

Hot!
ขอมอบดรากอนบอล 1 ดวง
ส่วนตัวแล้วก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีสาระสลักสำคัญอะไรเลย (น่าจะพอ ๆ กับที่ให้หญิงประเพศสองเปลี่ยนคำนำหน้าได้) และคิดว่าเหมือนกับเป็นเรี่องที่ยกขึ้นมาอ้างเพื่อปกป้องสิทธิสตรี (ตามความคิดของคนบางกลุ่ม)
ซึ่งถ้าให้มอง มันก็ไม่ได้มีระโยชน์อะไรขึ้นมาซักเท่าไหร่ ให้เปลี่ยนจาก นาย เป็น นายหนุ่ม กับ นาย ยังจะได้ประโยชน์มากกว่าเลย (จะได้เท่าเทียมกัน และไม่มีต้องกังวลเรื่องการปกปิด)

#3 By tomeko on 2008-06-04 09:36

ไม่มีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไร
มันก็ดีอยู่แล้วกับการจำแนกว่า หญิงแต่งแล้วกับโสด
แต่ก็แล้วแต่คนจะคิดค่ะ
ส่วนเรื่องผู้ชายที่ต้องการจะเป็นหญิงและเเปลงเพศแฃล้วอันนี้ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย

#4 By Jinny&Tesshy on 2008-06-04 11:00

ค่อนข้างโอเคกับ พ.ร.บ. นี้นะค่ะเจ๊ซอส
ถึงมันจะอาจเป็นแค่คำนำหน้าก็เหอะ..
ซึ่งจริงๆผู้หญิงยังอยู่ภายใต้อำนาจหลายๆอย่างที่หล่อหลอมความเป็นหญิงมาแต่ดึกดำบรรพ์ มันอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมากมาย แต่แสงที่แว๊บขึ้นมาในครั้งนี้อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาวะเพศสภาพอีกหลายๆอย่าง ข้อที่ดีที่สุดของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในความคิดฉัน คือการที่ผู้หญิงมีสิทธิได้...เลือก...จะเลือกหรือไม่ก็แล้วแต่เหตุผลส่วนตัว นามสกุลจะเปลี่ยนมั้ย จะเป็นนาง นางสาวแล้วลูกสามสี่คนก็อยู่ที่ตัวเธอคนนั้น จะเลือกเอง ถ้าถามว่าผู้หญิงส่วนน้อยหรือมากที่ยินดีกับ พ.ร.บ.นี้ คงตอบแทนกันไม่ได้แน่ค่ะ ก่อนแต่งเธออาจโอเคที่ได้เปลี่ยนเป็นนาง ใช้นามสกุลใหญ่โตของสามี เป็นคุณแม่ของลูกสองสามคน แต่วันใดชีวิตคู่ที่เปลี่ยนแปลง บางทีแม้แต่หน้าสามียังไม่อยากจะมอง นามสกุลที่เคยภาคภูมิใจก็รังเกียจ แต่สถานะภาพผู้หญิงแต่งงานแล้ว กลับติดตัวตนจนวันสุดท้ายของชีวิต ทั้งที่ไม่ได้ยินดียินร้าย จะติดมันไปทำไม ก็คืนๆเขาไปแล้วเอาชีวิตดั้งเดิมกลับมาไม่ดีกว่าหรือ มันอาจจะแค่คำนำหน้าชื่อ แต่ผู้คนในสังคมคงไม่ได้คิดเช่นนั้นแน่ มันเหมือนการตีตราผู้หญิงใช้ที่..นาง มีลูกสอง แต่สามีไม่อยู่ด้วย ว่าเป็นคนล้มเหลวในชีวิตคู่ มองว่าคงทำตัวไม่ดี ไม่มีคุณค่าที่จะรั้งสามีไว้ได้..แบบนี้น่าอนาจใจยิ่งกว่า คำนำหน้าชื่ออาจเป็นเพียงสิ่งสมมุติ แต่ถ้ามันศักดิ์สิทธิ์ในสังคมนี้..ก็ขอให้สิทธิ์เธอเหล่านั้นเป็นผู้เลือกเองเถอะนะค่ะ...

ในประเด็นชู้สาว..มันไม่น่าจะเกี่ยวกับคำนำหน้าชื่อเลย เพราะไม่ว่าจะนาง หรือนาวสาว เรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้ จริงอยู่มันอาจเป็นการบอกกล่าวกลายๆ ว่าเธอแต่งงานแล้วไม่ควรยุ่ง แต่แท้จริงก็ขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกมากกว่า

อีกอย่างหากผู้ชายคนหนึ่งชอบผู้หญิงบางคน (บังเอิญผู้หญิงดันล้มเหลวกับชีวิตคู่มาครั้งแล้ว)แล้วต้องไปนั่งเช็คนั่งสอบว่าเธอเป็นนางมาก่อนหรือเปล่า สองสามชั้น มีสามีมากี่คน มีลูกมั้ย (ผู้หญิงคงไม่ปิดบังเรื่องลูกนะเจ๊ซอส ฉันว่า)ฉันว่ามันก็เป็นเรื่องจิตตกของผู้ชายคนนั้นเอง อย่าไปยุ่งกับเขาเลย ต่างคนต่างอยู่น่าจะดีกว่า สักวันเธออาจเจอคนดีๆ ที่รับเธอได้ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต...

เม้นท์ซะยาว...ว่าจะไปเม้นท์บ้านโน้น..เดี๋ยวก๊อบปี้ไปเลยนะค่ะ..double wink

Hot! Hot! Hot!

#5 By poonnada on 2008-06-04 17:10

มันก็แล้วแต่คนจะคิดล่ะนะเรื่องนี้
จะว่าไปมันก็มีข้อดีเหมือนกัน มันเป็นสิทธิเสรีภาพของแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้นใครจะเลือกอย่างไรก็ไม่เห็นจะมีปัญหาตรงไหน


ส่วนเรื่อวปัญหาชู้สาว มันไม่จำเป็นว่าจะใช้นางหรือนางสาว ผู้ชายใช้คำนำหน้าว่านายทุกคน มันไม่ยิ่งเป็นปัญหากว่าเหรอว่าใครแต่งมาแล้วบ้าง เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นกับสามัญสำนึกว่าจะซื่อสัตย์ต่อกันมากขนาดไหน


เรื่องความรัก..ถ้าเข้าใจหรือตกลงกันในครอบครัวได้ว่าจะเลือกแบบไหน มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเดี๋วนี้ค่านิยมเรื่องการแต่งแล้วไม่เปลี่ยนนามสกุลก็มีเยอะเหมือนกัน ด้วยเหตุผลของแต่ละคน

หญิงแต่งกับหญิงโสด มันก็หญิงเหมือนกัน ไม่เห็นมันจะเสียหายถ้าต้องการเปลี่ยน

#6 By †:.Sesary.:† on 2008-06-04 17:19

ทำเป็นเล่นไปเจ้ เห็บน้องพลับแบบนี้ ผมเอาฟาดปากแตกไปหลายคนแล้ว
(หมายถึงเอาของคนอื่นฟาดนะ) ก๊ากกกกกก
ว่าแต่ขอเฮียหนุ่มเค้าไปนี่จะได้มั๊ยเนี่ย

#7 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-06-06 18:09