ภาพชุดสุดท้ายของ John Lennon และ Yoko Ono ที่ถูกบันทึกภาพโดย Allan Tannenbaum
posted on 17 Jun 2008 09:56 by sailomteepanmaa in Specialตลอดยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา เพลง Imagine ของ John Lennon ไม่เคยลบเลือนไปจากความทรงจำของแฟนเพลงรุ่นเก่าของ The Beatles และก็มีแฟนเพลงรุ่นใหม่อีกไม่น้อย ที่ยึดเพลงนี้เป็นสรณะแห่งสันติภาพ เพลงที่คนทั้งโลกอยากร้องร่วมกัน และภาวนาว่าวันหนึ่งคงมีปรากฏการณ์เช่นเพลงนี้บนโลกแห่งความรุนแรงใบนี้ ที่นับวันจะมากขึ้นและมากขึ้นจนยากที่จะพบกับคำว่าสันติดังเช่นในเนื้อเพลงนี้
เนื้อเพลงแฝงไว้ด้วยความคิดและแนวปรัชญาที่อ่อนโยน ของ John Lennon กลายเป็นบทเพลงที่อยู่ในหัวใจของคนทั้งโลกจนทุกวันนี้ เป็นเวลา 25 ปีมาแล้ว
“ ……..Imagine all the people
Living life in peace…….”
ภาพของ John Lennon และ Yoko Ono ที่ถูกถ่ายไว้ก่อนที่ John Lennon จะเสียชีวิตได้เพียงไม่กี่เดือน คือ ภาพที่ถูกถ่ายด้วยช่างภาพผู้มีผลงานเป็นที่ถูกใจของทั้งคู่ Allan Tannenbaum ผู้มีชื่อจากนิตยสาร Soho Weekly News โดยที่เขาเคยถ่ายภาพของบุคคลทั้งคู่เป็นปกให้นิตยสารของเขามาแล้ว และก่อนถ่ายภาพส่วนตัวของทั้งคู่ เขาใช้เวลาเดินคุยเล่นกับ John ไปใน Central Park
John and Yoko, Central Park II ฉ 1980-1999
Allan Tannenbaum
John and Yoko, Central Park I ฉ 1980-1999
Allan Tannenbaum
ในช่วงใบไม้กำลังเปลี่ยนสี ในตอนนั้นเขาจึงได้มีโอกาสคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ John จนเข้าถึงความรู้สึกและความต้องการ ขนาด John เชื้อเชิญให้เขาไปที่อาคาร The Dakota และมีโอกาสเข้าไปจนถึงห้องนอน
John and Yokoat the Dakota ฉ 1980-1999
Allan Tannenbaum
ซ้ำยังได้เห็นทั้งคู่เปลือยกายและหลังจากที่ร่วมรักกันเรียบร้อย ทั้ง John และ Yoko ต่างก็แต่งกายในชุดกิโมโนให้เขาทำการบันทึกภาพไว้ ซึ่งเป็นภาพชุดสุดท้ายก่อนที่ John จะถูกสังหารเพียงสิบกว่าวัน
John and Yoko, Kimonos, by bed ฉ 2000
Allan Tannenbaum
ภาพชุดสุดท้ายของ John Lennon และ Yoko Ono
ที่ถูกบันทึกด้วย Allan Tannenbaum ช่างภาพฝีมือเยี่ยม
John and Yoko Close-up ฉ 1980-1999
Allan Tannenbaum
ภาพเปลือยของทั้งคู่ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ.1980 ก่อนที่ John จะเสียชีวิตได้ไม่นาน
John and Yoko, Close Up ฉ 2000 Allan Tannenbaum
ภาพที่ทั้งคู่เปลือยกายและหลังจากที่ร่วมรักกันเรียบร้อย
ภาพนี้ถ้าอยากดูชัด ๆ ตามมาดูที่นี่นะค่ะ
http://sailomteepanmaa.exteen.com/20080617/john-lennon-yoko-ono-allan-tannenbaum
ภาพครอบครัว Lennon กับลูกชาย Sean
OgataZhung- 12-18-2005
John พูดถึงตัว John เอง
"ผมจะบอกอะไรพวกคุณได้ ไอ้ที่คุณยังไม่เคยได้ยินมาแล้วจากปากคนอื่นที่มันไม่ตอแหลน่ะ"
"ผมใส่แว่น เกิดเมื่อ 9 ตุลาคม 1940 ผมไม่ใช่บีทเทิลคนแรกของโลก ริงโก้ต่างหาก เขาเกิด 7 กรกฎาคม 1940 แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นบีทเทิลจริงๆ จนกระทั้งเวลาผ่านไปนานกว่าพวกเราซะอีก"
"ไม่เคยมีใครต้องการผมจริงๆสักคน เหตุผมเดียวที่ทำให้ผมเป็นดาราขึ้นมาได้ ก็คือความต่ำต้อยด้อยค่าในตัวเองของผม จะไม่มีอะไรผลักดันผมมาถึงจุดนี้ ถ้าผม "ปกติ" "
"ผมแสบตั้งแต่อนุบาลแล้ว ผมมันไม่เหมือนชาวบ้าน แตกต่างมาตลอดชีวิต มันไม่ใช่เรื่องทำนองว่า "เขากินยานั่นเข้าไป แล้วก็ตื่นขึ้นมา.." (เป็นดารา) ทุกๆอย่างมีความสำคัญหมด สิ่งที่มีอิทธิพลต่อผมนั้นกว้างขวางมาก ตั้งแต่ Lewis Carroll จนถึง Oscar Wilde แม้กระทั่งเด็กเลวๆจอมก้าวร้าวข้างๆบ้านผม (ตอนหลังจบลงที่คุก) ปัญหาของผมมักจะเป็นเรื่องเดิม ตั้งแต่ห้าขวบเป็นต้นมา"
"มีบางอย่างผิดแผกไปในตัวผม ดูเหมือนผมจะมองเห็นสิ่งที่คนอื่นๆไม่เห็น"
"ผมเป็นเด็กอยู่ติดบ้าน.. ผมคิดว่านักดนตรีส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างผม-คุณแต่งเพลงเสร็จแล้วก็เล่นอยู่ในบ้านนั่นแหละ"
"วันๆ ผมใช้เวลาไปกับการอ่านมาก การอยู่บ้านไม่ได้ไปไหน ไม่ได้สร้างความทุกข์ใดๆให้ผมเลย ผมชอบ..อาจจะเป็นเพราะผมเป็นเด็กคนเดียวในบ้านก็ได้"
"ผมรักเรื่อง Alice in wonderland มาก, ผมเคยวาดรูปตัวละครทุกตัว"
"ตอนเด็ก ผมเคยถูกยิงครั้งหนึ่ง ตอนขโมยแอปเปิ้ล"
"ผมเล่นดนตรีเก่งมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกแล้ว และผมก็สงสัยว่าทำไมคนอื่นถึงทำไม่ได้อย่างผม-หรือว่าเขาจนเกินไป?"
"ตอนผมเด็กๆ ผมเคยไป Edinburgh คนเดียว ไปหาป้าน่ะ ระหว่างทางผมก็เป่าหีบเพลงปากไปตลอด อีตาคนขับก็ชอบใจและชวนผมไปที่บ้านตอนเช้า และเค้าก็ให้หีบเพลงปากอย่างดีแก่ผมหนึ่งอัน มันทำให้ผมไปโลด และผมก็ยังมีแอคคอร์เดียนเล็กๆ ที่ผมเล่นด้วยมือขวาข้างเดียว ผมชอบเล่นเพลง 'Swedish Rhapsody', 'Moulin Rouge', 'Greensleeves' "
"เคยมีเด็กนักเรียนคนนึงมันมาท้าผมว่า ถ้าผมเป่าหีบเพลงได้หนึ่งเพลงในเช้าวันรุ่งขึ้น มันจะซื้อให้ผมหนึ่งอัน ผมเลยซัดซะสองเพลงเลย ตอนนั้นผมคงซัก8-12ขวบ ยังนุ่งขาสั้นอยู่เลยครับ"
"ผมก้าวร้าวเพราะอยากดัง ผมอยากเป็นผู้นำ มันดูดีกว่าเป็นพวกกระจอกๆ ผมอยากให้ทุกคนทำตามที่ผมสั่ง,หัวเราะในโจ๊กที่ผมเล่า ให้ผมเป็นเจ้านาย.."
"ตอนอายุ12 ผมเคยคิดว่าผมเป็นอัจฉริยะ แต่ไม่มีใครสังเกต ผมคิดว่า "นี่ฉันเป็นจีเนียสหรือว่าบ้ากันแน่วะ? ไม่สิฉันจะบ้าไปได้ยังไง ไม่เห็นมีใครเคยขับไล่ไสส่งฉันนี่, ดังนั้นฉันเป็นจีเนียส" ผมหมายความว่าอัจฉริยะก็เป็นรูปแบบหนึ่งของความบ้า ถ้าโลกนี้มีอัฉริยะจริงๆ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ถ้าไม่มี, ผมก็ไม่สน ผมคิดอย่างนั้นมาตั้งแต่ตอนวาดรูป หรือแต่งกวีตอนเด็กๆแล้ว ไม่ใช่ว่าจู่ๆผมจะเป็นอะไรขึ้นมาทันทีตอน Beatles ดังการเป็นอัจฉริยะมันเจ็บปวด"
"ผมไม่ได้เกิดมาเป็นนักเขียน ผมเป็นนักคิดมากกว่า ในตอนเรียน เมื่อครูให้เราใช้จินตนาการแทนที่จะสั่งเป็นหัวข้อๆมา-ผมมักจะทำได้ดี."
John มักพูดกับคนใกล้ตัวเสมอว่า เขามีเพื่อนร่วมชีวิตเพียงสองคนเท่านั้น คนแรกคือ Paul McCartney เพื่อนร่วมวงผู้ก่อตั้งคณะ The Beatles มาด้วยกัน และอีกคนหนึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Yoko Ono แม่หม้ายชาวญี่ปุ่นผู้เป็นภรรยาของเขานั่นเอง
ทั้งสองคนมีอิทธิพลต่อความคิดที่ต่างกันให้กับ John เพราะในขณะที่ Paul ให้อิทธิพลไปในด้านดนตรีและเสียงเพลง แต่ Yoko กลับเป็นผู้ที่ให้แนวความคิดตะวันออกต่อเขาอย่างต่อเนื่อง
นับตั้งแต่การไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่กรุงอัมสเตอร์ดัมและเป็นข่าวไปทั่วโลก ว่าทั้งคู่ใช้เวลาอยู่แต่ในห้องพักของโรงแรม ฮิลตัน โดยเปลือยกายอยู่ในผ้าห่มและเป็นเจ้าของคำพูดต่อต้านสงครามเวียดนามว่า
ได้กลายเป็นวลีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา นอกจากนั้นทั้งคู่ยังอนุญาตให้นำภาพของการประท้วงครั้งนี้แพร่ภาพสู่สาธารณชนด้วย
l
ขอขอบคุณ
http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9480000170822&#Vote
http://www.oknation.net/blog/thailandneverdie/2008/06/14/entry-1
#1 By กมลหนุ่ม on 2008-06-17 13:27