.........ร่านดอกงิ้ว.........

posted on 04 Jul 2008 09:27 by sailomteepanmaa  in Story

 

เสียงลมหายใจฟืดฟาดใต้ร่างที่โยกไหวของฉัน สิ้นสุดลงด้วยเสียงสั่นราวสิ้นแรง ฉันขยับกายออกจากหน้าตักนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงเสียเต็มประดา ปัดมือที่เกาะกุมเนินสะโพกของฉันออกอย่างไม่ใยดี

เศษกระดาษทิชชู่ใช้แล้วถูกทิ้งขว้างอย่างไม่เหลี่ยวแลกราดเกลื่อนบนพื้นห้องและบนโต๊ะทำงาน ฉันก้มลงคว้าอาภรณ์ตัวจิ๋วเข้าสวมใส่และถลกกระโปรงลงกลับเข้าที่ กลัดเม็ดกระดุมเสื้อตัวน้อยหลังจากที่ได้ขยับบราให้เข้าที่เข้าทาง

"จะไปแล้วเหรอจ๊ะหนู" อาจารย์เปรยตาถามราวกับจะสิ้นเสียง

"ค่ะ ก็เสร็จธุระแล้วหนูจะอยู่ทำไมหละค่ะ" ฉันตอบพร้อมกับยัดเท้าลงไปในส้นสูง

"แล้วอย่าลืมที่เราตกลงกันเอาไว้นะค่ะอาจารย์"

"หืมมมม ไม่ลืมจ๊ะ ลืมไม่ลงที่เดียว"

อาจารย์เงยหน้ามองสายตากรุ้มกริ่มตามหลังฉันชึ่งตรงไปที่ประตูและเปิดออกสู้ภายนอกอย่างไม่หันกลับหลัง "ขยะแขยงสิ้นดี"

หลายสัปดาห์ก่อนฉันได้รับการติดต่อจากอาจารย์นิยมให้ไปพบที่ห้องพักอาจารย์จะด้วยเหตุอันใดก็ไม่อาจรู้ได้ อาจารย์เน้นย้ำหนักหนาว่าให้ฉันไปพบเพียงลำพัง และเมื่อไปถึงยังห้องทำงานของ

อาจารย์ปริศนาดังกล่าวก็ถูกไขออกอย่างกระจ่างแจ้ง

"อะไรนะค่ะอาจารย์"

ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินคำเหล่านี้ออกมาจากปากอาจารย์ผู้สอน ถึงแม้นว่าเรื่องเหล่านี้จะไม่ใช่เรืองใหม่ที่ฉันเคยได้ยินก็ตาม

"ก็ไม่อะไรหรอกจ๊ะ แค่เพียงหนูจะยอมมาช่วยงานผมที่นี่บ้าง ผมก็จะช่วยหนูเต็มที่ในเรืองคะแนน"

"ช่วยงาน" ใครก็ตามที่ได้ฟังประโยคและสายตาของอาจารย์ย่อมรู้ดีว่ามันคืออะไร

ไวกว่าความคิดที่กำลังประมวลผลอยู่ในสมองของฉันอาจารย์นิยมชายวัยกลางกลางคนเดินอ้อมโต๊ะทำงานมายังเก้าอี้ที่ฉันนั่งอยู่มือหนึ่งจับที่ไหล่และอีกมือหนึ่งเชยคางฉันให้เงยหน้าขึ้นมองอย่างคุกคาม

"คือหนู" ฉันมองหน้าอาจารย์ด้วยความตกใจและพยายามจะหาทางออก เกรดที่อาจารย์จะให้มันสำคัญกับฉันมากเพราะมันจะเป็นตัวชี้นำอนาคตของฉัน

อนาคตที่ฉันยินดีแลกกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิต แลกมาด้วยความอุสาหะเล่าเรียน แลกมาด้วยเวลาที่ควรจะได้รับความสุขสนุกสนานตามประสาวัยรุ่น แต่ฉันทิ้งมันเพื่อให้ได้ผลการเรียนที่ดี

"หนูก็รู้นี่ ว่าถ้าวิชานี้หนูไม่ได้เอ ทุนที่หนูสอบเอาไว้ได้มันก็คงจะต้องหลุดไปเพราะเกรดหนูไม่ถึง"

อาจารย์นิยมค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งคลุกเข่าลงตรงหน้าฉัน

"แต่หนูมั่นใจว่าหนูทำข้อสอบวิชาอาจารย์ได้นะค่ะ"

ฉันพยายามไสเก้าอี้ล้อเลื่อนที่นั่งอยู่หนี แต่อาจารย์จับมันเอาไว้ไม่ให้ขยับ

"หรือหนูจะเสี่ยงก็ได้นะจ๊ะ ถือซะว่าเราไม่เคยคุยเรืองนี้กัน"

อาจารย์เงยหน้ามองฉันในขณะที่มือทั้งสองร่นมาจับอยู่เหนือเข่าทั้งสองของฉันอยู่

"ฉันแนะนำอาจารย์ที่สัมภาษณ์ให้ทุนหนูได้นะ"

อาจารย์มองหน้าอย่างถือแต้มต่อในขณะที่มือทั้งสองไล่ร่นจนกระโปรงของฉันเลิกขึ้นมาจนถึงต้นขา

ราวกลับหมดทางเลือกหยาดน้ำตาของฉันไหลพรากจากใบหน้ามือทั้งสองกำขอบเก้าอี้ไว้แน่น เวลาในห้องทำงานของอาจารย์ช่างผ่านไปเนินนานราวชั่วกัปชั่วกัลป์ เสียงครวญครางอย่างสุขสมของผู้ชายผู้ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาการให้แก่ฉันยังคงหลอกหลอนอยู่ในทุกอนุความรู้สึก

ฉันไม่รู้ว่าเวลาแห่งความสมใจของอาจารย์ผ่านไปนานแค่ไหน รู้สึกตัวอีกครั้งก็เย็นย่ำเสียแล้วที่ได้ออกมาจากห้องของอาจารย์ซึ่งบัดนี้ ฉันไม่คิดอีกต่อไปว่าเขาคืออาจารย์

ทันทีที่กลับถึงห้องพักเสื้อผ้าอาภรณ์ทุกชิ้นบนร่างกายถูกฉันสะบัดถอดและเหวี่ยงเขวี้ยงมันลงในถังขยะ ฉันตรงดิ่งไปยังห้องน้ำเปิดน้ำให้มากที่สุดเท่าที่ก๊อกน้ำของห้องน้ำจะทำได้ความขยักแขยงทำให้ฉันต้องถูเนื้อตัวอย่างแรงด้วยสบู่หลายต่อหลายครั้ง แต่มันยังไม่รู้สึกว่าสะอาดเพียงพอ ใยข้ดตัวแตกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยแรงขัดที่ฉันโหมกระชากลงบนผิวเนื้อจนแสบไปหมดทั้งตัว

น้ำตาแทบหมดไปจากร่างกายเมื่อฉันเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างนึกขึ้นได้ สายตาของฉันสัมผัสกับซองอลูมิเนียมที่มีเม็ดยาที่อาจารย์มอบให้ก่อนออกจากห้องทำงานและพยายามให้ฉันกินมันในทันทีแต่ฉันปฏิเสธ

"กินซะภายในสามชั่วโมงนะ กันพลาด" เสียงอาจารย์สั่งไล่หลังตามมา

ฉันคว้ามันออกมาฉีกฟอร์ยที่ห่อหุ้มยัดมันเข้าปากอย่างไม่รีรอ ด้วยความรวดเร็วมันทำให้เม็ดยาปาดคอชั้นจนรู้สึกเจ็บไปทั่วทั้งลำคอ แต่มันเที่ยบไม่ได้กับความรู้สึกเจ็บใจที่ไม่มีทางเลือก นี่ฉันทำอะไรลงไป!!!

"วิ อาจารย์นิยมให้แกไปหาน่ะเย็นนี้ เห็นว่าจะให้งานแกไปทำจะได้ให้คะแนนช่วยเรืองเกรดน่ะ"

นิดเพื่อนของฉันร้องบอก ด้วยน้ำเสียงชื่นชมยินดีในความกรุณาของอาจารย์ที่ตั้งใจจะช่วยฉัน

"ไปสิแก เดี๋ยวชั้นเอาของไปเก็บให้แกเอง"

นิดคว้าหนังสือไปจากมือฉันที่ยังงงงันและพูดอะไรไม่ออก อาจารย์ช่างฉลาดเสียเหลือเกิน ทำตัวกับคนอื่นราวพ่อพระ แต่กับฉันอาจารย์ไม่ต่างอะไรไปจากซาตานที่จ้องจะสูบจิตวิญญาณของฉันไปจากร่าง

"มาเร็วดีจังเลย ผมกำลังคิดถึงคุณเลย"

อาจารย์ก้าวออกมาจากประตูที่ถูกปิดออก และกอดฉ้นจากด้านหลัง

"ทำ ทำอะไรค่ะอาจารย์ปล่อยเถอะค่ะ"

ฉันพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากปลายจมูกที่ฝังลงตรงระหว่างซอกคออย่างหื่นกระหาย

"ผมคิดถึงคุณ อย่าลืมสิเกรดคุณยังไม่ออกนะ" อาจารย์พูดเน้นในสิ่งที่ฉันกลัว

"ก็หนูให้อาจารย์ไปแล้วนี่ค่ะ มันควรจะจบได้แล้ว" ฉันพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม

"ก็ผมจะเอาอีก และคุณก็จะต้องให้ ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ทุนที่อยากได้"

อาจารย์พูดกรอกใส่หน้าฉันที่ชะงักงันด้วยความตกใจและหวาดกลัวในความไม่พอและตะบัดสัตย์ของอาจารย์

อาจารย์กระชากฉันลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นพร้อมทั้งปลดสายเข็มขัดและรูดซิบกางเกงลง.......

.

.

.

.

อีกนานมั้ยกว่าเกรดจะออก อีกนานมั้ยกว่าฉันจะพ้นไปจากอาจารย์ ฉันแทบจะทนรอไม่ไหวในขณะที่กระบวนการทางการศึกษายังคงเชื่องช้าและเต็มไปด้วยช่องโหว่ที่จะให้อาจารย์ตักตวงผลประโยชน์จากนักเรียนนักศึกษาในทุก ๆ รูปแบบ ตั้งแต่การบังคับเรียกใช้งานส่วนตัวโดยที่นักเรียนนักศึกษาเลี่ยงไม่ได้

การให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าเพื่อสร้างยอดให้อาจารย์เพื่อเรียกคะแนนในบางวิชา การกั๊กวิชาที่จำเป็นจะต้องสอนในชั้นเรียนเพื่อไปสอนในโรงเรียนกวดวิชาที่ตัวเองสอนพิเศษอยู่ และสุดท้ายการเรียกเกรดกับน้ำกาม เรื่องราวเหล่านี้มีมานานในระบบการศึกษาไทยราวกับมันเติบโตมาคู่กัน และเมื่อความแตกออกผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็ออกมาตีโพยตีพายแค่เพียงชั่วข้าวแหลกเรืองทุกอย่างก็เงียบหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาในสังคมการศึกษาอันฟอนเฟะที่เราทุกคนต่างรู้กันดีว่ามันมีอยู่

.

.

.

และแล้วเกรดที่ฉันรอคอยก็ออกมาจนได้ แน่นอนที่สุด "เกรดเอ" ที่ฉันแลกมาด้วยร่างกายและจิตวิญญาณนั้นย่อมเป็นของฉันแน่นอน ฉันดีใจอยู่ได้ไม่นาน เสียงโทรศํพท์ก็ดังขึ้นปลุกฉันออกจากความเปรมปรีดาทั้งหลาย ด้วยเสียงที่คุ้นหู

"วิภาเหรอจ๊ะ อาจารย์นะ วิภามาหาอาจารย์หน่อยสิ" ฉันตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

"มีอะไรค่ะ ก็มันจบแล้วนี่ค่ะ" ฉ้นยังคงย้ำคำแน่นหนักว่า "มันจบลงแล้ว"

"วิภาไม่อยากได้ทุนแล้วเหรอค่ะ อาจารย์จะแนะนำให้วิภารู้จักกับอาจารย์คุมสอบสัมภาษณ์ทุนที่วิภาจะต้องไปสัมภาษณ์มาให้ได้นะจ๊ะ ตอนนี้อาจารย์เขารออยู่ที่โรงแรมศรีสุขห้อง 609 นะจ๊ะ อย่าพลาดหละถ้าวิภาไม่อยากเสียทุนที่สอบได้ไป"

สิ้นเสียงอาจารย์ราวกับโลกจะถล่มทลายฉันแทบอยากจะกรี๊ดร้องออกไปให้สุดเสียง แต่สิ่งที่ฉันทำได้คือการเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าและกลั่นน้ำตาขอตัวลาจากเพื่อน ๆ ของฉันไปยังที่นัดหมาย......

.

.

.

อีกนานเท่าไหร่นะ กว่าที่ฉันจะหลุดออกมาจากการข่มเหงของอาจารย์ทั้งหลาย อีกนานเท่าไหร่กระบวนการทางการศึกษาจะมีวิธีการป้องกันพวกฉันจากการหาผลประโยชน์จากกาฝากเหล่านี้ อีกนานเท่าไร..........

ขอยกย่องน้อง ม.อุบลฯ ที่ต่อสู้ชนะกิเลศและความกลัว ออกมาเปิดโปงปีศาจชั่วในคราบอาจารย์ด้วยใจ

ปล. แม้นภาพจะเป็นแรงบันดาลใจให้เขียน แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเรืjอง และขอบคุณภาพจาก internet

l

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านแล้วก็น่าหดหู่นะครับ

แต่เรียบเรียงประโยคเรื่องเล่าดีทีเดียว

#1 By เพลง (58.8.120.173) on 2008-07-04 09:47

....ถ้าลูกสาวพวกมันโดนมั้ง จะทำไง

#2 By chaiha on 2008-07-04 15:00

ผมว่าเจ้ไปเขียนเรื่องอีโรติกน่าจะรุ่งนะ



เฮ้อ หดหู่จังว่ะเจ้

#3 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-07-04 18:03

ตอนนี้โดดนจำคุกตลอดชีวิตไปและ

#4 By on 2008-07-04 18:42

:::เป็นเรื่องสั้นสะท้อนคนในระบบการศึกษาและสังคมปัจจุบันได้ชัดเจนดีแท้ เข้ายุคสมัย ตะเอ๋:::confused smile

#5 By โฟล์คเหน่อ on 2008-07-04 20:05

เป็นงานเขียนสะท้อนอารมณ์ดีจังเลยนะครับ

ให้สำเนียงโกรธแค้น สังเวช ไปพร้อมกับคำถามดีจริงๆ
สังคม ก็เป็นแบบนี้แหละคับ เรื่องร้ายๆมักจะดังกว่าเสมอ

#7 By Crozzax on 2008-07-04 23:21

อาจารย์นี่มันเลวจริงๆอะ
ดีใจค่ะ ที่เค้าต่อสู้และรอดพ้นนรกมาได้
ดีใจแทนจริงๆ พี่สายลมอัพซะเห็นภาพเลย

#8 By Teshhiiiiiiiiii on 2008-07-04 23:29

ชอบเรื่องที่เขียนโดยแรงบันดาลใจจากเรืองจริงแบบนี้มากครับ (เรื่องเขียนได้ดี ได้อารมณ์ไม่ต้องบอกแล้วนะ big smile)ชอบที่เอามาเติมความเป็น fictionลงไปมาก

อ่านแล้วก็หดหู่เหมือนกันนะ สังคมนี้ cry

#9 By GPEN on 2008-07-09 22:45