........หนูผิดอะไร.........
posted on 15 Jul 2008 01:55 by sailomteepanmaa in InMyMind
เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากหน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงของป้าที่ตะโกนลั่นตามมาอย่างลิงโลด
"แต้วเอ้ย แต้ว ไปได้แล้วลูกรถมารับแล้ว"
หนูมองตามเสียงของป้าไปยังหน้าบ้าน รถตู้เก่า ๆ คันหนึ่งแล่นเขามาจอดหน้าบ้าน ห่างจากที่ ๆ หนูใช้อาศัยนอนไม่มากนัก
ต้องไปแล้วสินะ หนูรำพึงกับตัวเองเหลี่ยวมองสิ่งของที่ติดตัวมาจากบ้านแม่ที่มีเพียงไม่กี่ชิ้น เพราะป้ากับลุงไม่ยอมให้หยิบจับอะไรออกมาจากบ้านเลย มีเพียงตุ๊กตาเก่า ๆ ที่แม่ซื้อเอาไว้ให้เท่านั้น แต่ก็ต้องอ้อนกันนานทีเดียวกว่าที่ป้าจะยอมใจอ่อนให้เอามือมาด้วย
ป้ากับลุงไม่มีลูกเล็ก ๆ ไว้เลี้ยงดูในบ้านแต่ถึงกระนั้น หนูก็เป็นภาระหนักที่ป้ากับลุงไม่สามารถรับไว้เลี้ยงดูได้ ลุงกับป้าไม่ยอมให้หนูหยิบจับช่วยเหลืออะไรเลยเช่นกันแกไม่ยอมให้หนูเข้าใกล้แม้นแต่จะเดินขึ้นไปหาบนเรือน หนูต้องอาศัยใต้ถุนเรือนข้าง ๆ โรงจอดเรือและเล้าไก่เป็นที่อาศัย และวันนี้หนูต้องจากไป
ต้องไปแล้ว
ไปก่อนนะไอ้โต้ง ไอ้โต จากนี้เราคงไม่ได้เจอกันอีก แต่หนูว่าคงไม่ใช่แค่เรา แต่คงเป็นหนูคนเดียวที่จะไม่ได้เจอพวกมันอีก รวมทั้งลุงและป้าด้วย คงจะถึงเวลาซะที
ก่อนหน้านี้หนูจำได้ดีลุงกับป้า ไปรับหนูจากที่บ้านเพราะแม่ของหนูมาตายอย่างกระทันหัน "โรคผีห่า" ป้าเรียกโรคที่แม่หนูเป็นและบอกกับหนูว่าหนูคงต้องตามมาอยู่กับลุงกับป้า ป้าพาหนูไปหาคุณหมอ และคุณหมอก็บอกว่าหนูติด "โรคผีห่า"มาจากแม่ ป้าร้องไห้โฮทันที
"ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไรของแกแต้วเอ้ยย"
เสียงป้าคร่ำครวญ จนลุงต้องเดินมาปลอบและพาพวกเรากลับมาที่บ้านป้า
"นอนนี่แล้วกันนะแต้วนะ อย่าขึ้นไปบนเรือนเลย จะกินจะอยู่ป้าจะเอาลงมาให้"
ป้าพูดกับหนู ตอนที่ลงมาจัดที่นอนข้างเล้าไก่ให้กับหนู และเป็นอย่างที่ป้าว่าจริง ๆ ไม่เคยมีใครยอมให้หนูขึ้นไปบนบ้าน หนูเห็นแววตากึ่งกลังกึ่งเวทนาทุกครั้งที่ป้ามองมายังหนู
"แต้ว แต้วคงอยู่กับป้าที่นี่ไม่ได้แล้วหละลูก"
หนูละสายตาจากกองดินตรงหน้า มองไปยังป้าที่น้ำตาคลอจนหยาดหยดรดมาที่ข้างแก้ม
"ชาวบ้านแถวนี้เขากลัวแต้วจะไปเอาโรคไปติดเขาน่ะลูก อีกไม่กี่วันเขาจะเอารถมารับแต้วไปอยู่กับพวกที่เป็นแบบแต้วนะลูกนะ"
ยังไม่ทันที่ป้าจะพูดจบ เสียงสะอื้นก็แทรกขึ้นมา ป้าร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนแล้วเดินตรงมาลูบหัวหนูไปมา ป้าไม่เคยกอดหนูเลยตั้งแต่หมอบอกว่าหนูติดโรคจากแม่ หนูอยากจะโกรธหมอที่เอาเรื่องนี้มาบอกป้ากับลุง หนูอยากจะเกลียดพ่อที่เอาโรคร้ายมาติดพวกเรา หนูอยากจะเกลียดแม่ที่ไม่เอาหนูไปที่ ๆ แม่อยู่ด้วย แต่ถึงจะเกลียดใครต่อใครหมดโลกนี้ ความจริงที่ว่าหนูเป็น "โรคผีห่า" ก็คงไม่เปลี่ยน
หนูก้าวขึ้นรถที่ชาวบ้านลงขันกันเช่าเพื่อที่จะมารับหนูไปอยู่ในที่ของหนู ทุกคนแทบไม่มองหน้าหนูทันทีที่หนูก้าวขึ้นรถเขาก็ปิดประตูรถตามหลังหนูในทันที คนขับรถหันมามองหนูอย่างหวาด ๆ หนูมองผ่านหน้าต่างรถตู้ หนูเห็นป้านั่งลงสะอื้นไห้โดยมีลุงนั่งประคองอยู่ข้าง ๆ น้ำตาหนูไหลนองหน้า
ชาวบ้านหลายคนเข้าไปหาป้า เขาคงพยายามพูดจาปลอบโยนป้าให้หายเสียใจ หนูพยายามกลั้นสะอื้นมองไปยังด้านหลังคนขับรถที่พยายามมองหนูผ่านกระจกมองหลัง ราวกับว่าจะจดจำทุกอริยาบทที่หนูขยับกายว่าจะไปโดนส่วนใดบนรถของเขาบ้าง
รถวิ่งมาได้ไกลโขอยู่ หนูไม่รู้หรอกว่ามันไกลแค่ไหน ตลอดทางหนูร้องไห้เสียใจจนหลับไป ภาพป้าที่สะอื้นไห้มีลุงคอยปลอบโยน มีชาวบ้านเดินมาให้กำลังใจ แต่ทำไมหนูถึงไม่มีใคร นอกจากแผ่นหลังของคนขับรถที่ดูหวาดระแวง
"เอ้าถึงซะที" คนขับรถพูดราวกับโล่งใจ พร้อมวิ่งมาเปิดประตูให้หนูอย่างรวดเร็ว
หนูหอบตุ๊กตาเก่า ๆ ของแม่อย่างไม่ยอมวาง ร่างกายอันผอมบางและอ่อนแอของหนูก้าวข้ามผ่านจากรถตู้ไปสู่สถานที่ ๆ ซึ่งหนูไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้จัก คนแปลกหน้ามากหน้าหลายตายืนมองดูหนูด้วยสายตาเป็นมิตร
"มานี่สิจ๊ะ โถ่ดูสิผอมเชียว ชื่ออะไรค่ะ"
หญิงสาววัยไม่ต่างไปจากป้าของหนูเดินเข้ามาโอบกอดไหล่ของหนู แรกทีเดียวหนูหวาดผวาเล็กน้อย เพราะไม่เคยมี่ใครมอบไออุ่นเพียงน้อยนิดให้จนไม่คิดว่าจะได้รับอีกแล้ว
"ขอบคุณมากนะค่ะที่มาส่งแก"
พร้อมกับรอยยิ้มหล่อนบอกกล่าวแกคนขับรถที่รีบปิดประตูรถราวกลับว่าหนูจะวิ่งกลับขึ้นไปอีก.........
.
.
.
.
.
.
.
"น้องชื่ออะไรค่ะ"
สาวน้อยวัยไม่น่าจะมากกว่าพี่นิดคนดูแลหนูมากนักเอ่ยถาม พี่เขามาเยี่ยมพวกเรา มาเลี้ยงอาหารและเล่นกับพวกเรา เขามากันหลายคนทีเดียว
"แต้วค่ะ"
หลายคนเข้ามาใกล้ชิด นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับเรา แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ยอมกินข้าวกับเราเลย บางคนไม่กล้าแตะตัวพวกเราด้วยซ้ำ แต่ก็ยังดีหนูคิดในใจอย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ยังยินดีที่จะมาเยี่ยมเยียนพวกเรา
แม่อธิการเคยบอกหนูว่าโรคที่หนูเป็นอยู่ไม่ใช่เป็นแล้วจะตายเลย แม้นในขณะนี้จะไม่มียาที่ใช้รักษาให้หายขาด แต่หากเราดูแลตัวเองดี ๆ เราก็สามารถมีชีวิตได้ยืนยาวเหมือนกับคนอื่น ๆ ไม่ใช่โรคที่ติดต่อกันง่าย ๆ แต่ทำไมสังคมกลับกรีดกันให้เราอยู่ห่าง ๆ จากพวกเขา
ส่วนหนึ่งติดจากเพศสัมพันธุ์ ส่วนหนึ่งติดการใช้อุปกรณ์การเสพติดร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อด้วยความสำส่อนทางเพศ เหมื่อนที่พ่อนำโรคร้ายนี่มาสู่แม่และหนู หากเพียงแต่พ่อจะยับยั้งชั่งใจ ซื่อสัตย์อยู่กับแม่เพียงคนเดียวครอบครัวของเราคงไม่ต้องประสบชะตากรรมแบบนี้
การใช้ยาเสพติดซึ่งมันเป็นเรืองที่ไม่ดี เรื่องผิด ทำให้ต้องติดโรคร้ายนี่มา
แต่สิ่งที่หนูไม่รู้ก็คือ ........
.
.
.
.
หนูกับแม่ทำผิดอะไร ทำไมถึงต้องเป็นโรคร้ายนี้กับเขา พวกเราไม่เคยสำส่อนทางเพศ ไม่เคยเสพยา
.
.
คุณบอกได้มั้ยค่ะ
.
"หนูผิดอะไร"
l

เด็กน้อยนั้นผิดอะไร
ผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ จะเจ็บปวดสักเพียงไหน
สิ่งที่เป็นอยู่ก็แย่อยู่แล้ว แล้วถูกรังเกียจซ้ำเติมอีก
จะเอาแรงใจจากหนไหนไปดำเนินชีวิตต่อ
....ถ้าเป็นเราบ้างล่ะ เจอแบบนี้บ้างจะแกร่งกล้าพอไหมนะ
น่าคิด...
#1 By แจ็คเก็ตสีแดงโง่ๆ on 2008-07-15 02:39