ผู้ชายรูปร่างสันทัดสวมแว่นหนาเดินเข้ามาในชั่วโมง Home Room เป็นครั้งแรกของการขึ้นชั้นมัถยมปีที่ ๓ ของฉัน เขาเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งในปีนี้จะมาเป็นอาจารย์ประจำชั้นของฉัน

หน้าตาที่ค่อนข้างบอกประสบการณ์แห่งวัย และหลังทึ่ค้อมเล็ก เดินเข้ามาอยู่กลางห้อง แนะนำตัวเอง และให้นักเรียนทุกคนแนะนำตัว หลาย ๆ คนพูดขึ้นหลังจากที่ได้รู้ว่าอาจารย์จะเข้ามาเป็นอาจารย์ประจำชั้นของห้องฉัน หลาย ๆ เสียงสบประมาท ว่าจะเอาเด็ก ๆ ในห้องอยู่หรือไม่

นักเรียนในห้องของฉันเป็นห้องเรียนที่ขึ้นชื่อมาก มากทั้งในด้านดี และด้านเกเร หลาย ๆ คนเป็นนักเรียนลูกผู้รากมากดีที่สามารถระบุได้จากนามสกุล หลาย ๆ คนเป็นนักเรียน ๆ ดี ที่สามารถดูได้จากเกรดเฉลยที่ผ่านมา แต่หลาย ๆ คนสามารถดูพฤติกรรมที่ผ่านมาจากทะเบียนประวัติของทางฝ่ายบุคคล

ห้องที่มีความหลากหลายของนักเรียน เหมือนความหลากหลายของของสองสิ่งที่แทบจะไม่มีวันรวมกันได้ นักเรียนที่เรียนดีจะเกาะกลุ่มกันอยู่หน้าชั้นเรียน ในขณะที่นักเรียนอีกระดับหนึ่งจะรวมกันอยู่หลังห้อง และดูเหมือนจะถูกทอดทิ้งให้อยู่หลังห้องอย่างนั้นมาตลอด

หลาย ๆ ปัญหาถูกสะสมมาจากที่บ้าน หลาย ๆ ปัญหาถูกสะสมเพิ่มเติมจากที่โรงเรียน สังคมที่แตกต่างของเด็กแต่ละคน ทำให้หลาย ๆ คนไม่สามารถปรับตัวให้อยู่ร่วมกันในสังคมโรงเรียนได้เหมือนเด็ก ๆ ทั่วไป หนึ่งในหลาย ๆ คนที่ส่อว่าจะสะสมปัญหาจนกลายเป็นปัญหาร้ายแรงนั่นคือ นพพร เด็กชายจากตระกูลเก่าแก่ ซึ่งมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม และมากกว่านั้น "ติดยา" เช่นเดียวกับเด็กหญิงชลิยา เด็กสาวลูกครึ่งจากครอบครัวที่แตกแยก และมีแนวโน้มสูงที่จะสร้างปัญหาให้แก่สังคม

อาจารย์สมศักดิ์ เป็นอาจารย์ที่จะต้องก้าวขึ้นมาเพื่อรับภาระในการแก้ปัญหาของเด็กนักเรียนในห้องนี้ เด็กนักเรียนที่หลาย ๆ คนเรียกพวกเขาว่า "เด็กเหลือขอ" และไม่ได้ให้ความสนใจกับพวกเขามากนัก ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่หรือไม่อยู่ในชั้นเรียน เป็นเหตุให้พวกเขามักจะไปเกาะกลุ่มกันตามซอกตึก หรือมุมตึกต่าง ๆ มากกว่าในห้องเรียน

อาจารย์สมศักดิ์ พยายามที่จะเป็นมิตรกับนักเรียนทุกคนในห้อง ทำความเข้าใจกับเด็ก ๆ พยายามที่จะให้เด็ก ๆ มีกิจกรรมร่วมกัน สร้างความคุ้นเคยกันภายในห้องเรียน ในขณะที่อาจารย์ท่านอื่น ๆ แทบจะหันหลังให้กับเด็ก ๆ กลุ่มที่ว่า อาจารย์สมศักดิ์กลับให้ความสำคัญ เปิดห้องเรียนพิเศษเล็ก ๆ นอกเวลาเรียนให้กับเด็ก ๆ ที่เกรดต่ำ ได้เข้าไปทบทวนบนเรียน ไม่ใช่แต่จะรอให้เด็กเข้าห้องเรียนเท่านั้น อาจารย์ยังลงทุนไปตามนักเรียนตามสุมทุมพุ่มไม้ต่าง ๆ ในโรงเรียนให้มาเข้าห้องเรียน และห้องเรียนพิเศษ

บ่อยครั้งที่อาจารย์พบนพพร ในสภาพที่ไม่มีสติเนืองจากการเสพยา ไม่เคยสักครั้งที่อาจารย์จะพานพพร ไปรับโทษที่ห้องปกครอง อาจารย์รู้ดีว่าโทษของการเสพยาเสพติดในโรงเรียนคือการไล่ออก อาจารย์พูดเสมอว่า

"เด็กเกเร ไม่ใช่เนื้อร้าย ที่เราจะตัดเขาออกจากสังคม เพราะยิ่งทำเช่นนั้น เขาก็ยิ่งที่จะจมลึกลง และตกต่ำมากขึ้น พวกเราเป็นครูบาอาจารย์มีหน้าที่ ๆ จะต้องสั่งสอน อบรม และช่วยเหลือให้พวกเขาเดินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ให้ได้มากที่สุดเท่า ๆ ที่เราจะทำได้"

ในยุคสมัยนั้นแทบไม่มีครูคนใดพูดในลักษณะนี้เลย หลาย ๆ ปัญหาจบลงที่ห้องปกครอง จบลงที่การคัดชื่อออกจากโรงเรียน อาจารย์ไม่เพียงปกป้องเนื้อร้ายในสายตาของคนอื่น ๆ เหล่านั้น อาจารย์ยังคงพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาเนื้อร้ายเหล่านั้นด้วย

การติดตามดูแลเด็กนักเรียน ไม่เพียงแต่ดูแลภายในห้องเรียน หรือภายในบริเวณโรงเรียนเท่านั้น อาจารย์ยังคงโทรไปสอบถามปัญหาของนักเรียนภายในห้องจากผู้ปกครอง หลาย ๆ ครั้งที่อาจารย์ถูกผู้ปกครองของเด็กย้อนกลับมาว่า ว่า "เป็นครูทำไมไม่สอนให้เด็กเป็นคนดี"

อาจารย์ไม่เคยท้อที่จะดูแลเด็ก ๆ นอกจากครอบครัวแล้ว อาจารย์ยังใช้ช่องทางผ่านทางเพื่อน ๆ ของเด็กเหล่านั้น ฉันเป็นอีกหนึ่งคนที่อาจารย์เรียกไปสอบถามเกี่ยวกับเรืองราวของ ชลิยา

ชลิยา เป็นเด็กบ้านแตกที่พ่อซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ และแม่ของเธอเลิกกัน และเธอเองก็มีปัญหากับแม่มาตลอด บ่อยครั้งที่เธอไม่ยอมกลับบ้าน และอาศัยนอนที่บ้านของฉันบ้าง ที่อื่นบ้าง เธอเป็นเด็กสาวช่างฝัน และต้องการความรัก บ่อยครั้งที่ข่าวคาวของเธอถูกกล่าวขานไปทั่วทั้งโรงเรียน รวมถึงเรืองการเสพยาของเธอด้วย

อาจารย์พยายามที่จะทำความคุ้นเคย ทั้งกับนพพร ชลิยา และครอบครัวของเขาทั้งสอง บ่อยครั้งที่อาจารย์เดินทางไปที่บ้านของลูกศิษย์ทั้งสอง เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกับพ่อแม่ของพวกเขา แม้นจะไม่ได้รับการต้อนรับอะไรมากมาย แต่อาจารย์ก็ไม่เคยท้อ ยังคงทำหน้าที่ของอาจารย์ต่อไป แม้นอาจารย์หลาย ๆ ท่านในโรงเรียนจะไม่เห็นด้วย และจับกลุ่มนินทาให้ลูกศิษย์ได้ยินอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้นแต่ข่าวอัปมงคลว่าอาจารย์มีอะไรกับชลิยา และยังถูกโจมตีจากบรรดานักเรียนคนอื่น ๆ ที่มองว่าตัวเองได้รับความสำคัญน้อยลงไป

ความพยายามของอาจารย์ไม่ใช่จะไร้ผล นพพรและชลิยาแทบจะไม่ได้โดดเรียนในชั่วโมงของอาจารย์อีกเลย และในอีกหลาย ๆ วิชาที่พวกเขาทั้งสองคนเข้าห้องเรียน แม้นว่าบางครั้งสติที่พามาเข้าห้องเรียนจะลดน้อยลงไปบ้างก็ตาม

พวกเราได้อาจารย์สมศักดิ์เป็นอาจารย์ประจำชั้นมาจนจบมัถยมศึกษาปีที่ ๓ ไม่เคยเลยสักครั้งที่อาจารย์จะขาดในชั่วโมงสอน และชั่วโมง Home room และในที่สุด ชลิยา และนพพร ก็เรียนจบมาด้วยกันกับพวกเราจนได้ หลาย ๆ คนเล่าว่าอาจารย์พาทั้งสองคนไปบำบัดอาการติดยา อีกทั้งให้แนวทางในการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น

ในวันที่สำเร็จการศึกษาเป็นวันที่เราได้เห็นอาจารย์ยิ้มแย้มอย่างภาคภูมิใจที่สุด ที่สุดที่เราเคยเห็นมา เราได้เห็น ชลิยา และนพพร ไปกราบลาอาจารย์ในวันที่สำเร็จการศึกษา หลาย ๆ คนที่เคยสบประมาทอาจารย์และลูกศิษย์สองคนนี้ถึงกับพูดอะไรไม่ออกที่ได้เห็นภาพนั้น

วันเวลาผ่านไปไม่นานนัก ฉันได้กลับไปยังสถานศึกษาแห่งนั้นอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่พวกเรานัดนับพบกัน ในวันนั้นสองคนที่ฉันไม่พบคือ นพพร และชลิยา ข่าวร้ายกว่านั้น เมื่อเพื่อนสนิทของนพพรบอกกล่าวแก่พวกเราว่า นพพรติดคุกในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง และพยายามฆ่า นพพรกลับไปหายาเสพติดอีกครั้ง เมื่อเรียนจบไปแล้ว และในครั้งนี้เขาพลาดให้มันทำร้ายชีวิตของเขาอีกครั้ง

ในขณะที่ชลิยาไปถ่ายภาพนู๊ดลงปกหลังให้กับนิตยสารแห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อน ๆ ซื้อติดมือมาให้ดู หลาย ๆ คนบอกว่า ชลิยา พยายามที่จะกลับไปอยู่กับแม่ซึ่งมีครอบครัวใหม่ แต่ด้วยความที่ไม่สามารถเข้ากับครอบครัวใหม่ได้ และหลาย ๆ ครั้งปัญหาเดิม ๆ กับพ่อเลี้ยงก็เกิดขึ้น ทำให้เธอตัดสินใจหนีออกจากบ้านอีกครั้ง และสุดท้ายเธอก็เลือกทางเดินให้กับตัวเอง

ฉันถามเพื่อน ๆ ถึงอาจารย์สมศักดิ์ ซึ่งฉันรู้ดีว่าอาจารย์ต้องเสียใจกับเรืองดังกล่าวแน่นอน เพื่อนเล่าว่าอาจารย์ทราบข่าวทั้งสองข่าวแล้ว แกเงียบ ๆ ไปพักหนึ่ง แทบจะอยู่แต่ในห้องพักครู แต่ก็ยังมาสอนตามปกติ วันนี้อาจารย์ก็ยังคงอยู่ในห้องพักครู

ฉันและเพื่อน ๆ อีกกลุ่มหนึ่งเดินเลี่ยงออกจากกลุ่มเพื่อนที่ยังคงจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไปพบอาจารย์สมศักดิ์ที่ห้องพักครู

ผู้ชายสวมแว่นตาหนาตึก หลังค้อมเล็กน้อยนั่งอยู่บนโต๊ะ กำลังสาละวนเก็บข้าวของอยู่บนโต๊ะ และวางมือทันทีที่ได้เห็นพวกฉันเดินเข้ามากล่าวสวัสดี อาจารย์ยิ้มแย้มอย่างเป็นสุขเมื่อได้สอบถามเกี่ยวกับเรืองราวของพวกเราที่หลาย ๆ คนสอบติดในสถานการศึกษาที่มีชื่อเสียง อาจารย์ไม่ได้รับหน้าที่ให้เป็นอาจารย์ประจำชั้นของนักเรียนชั้นใดอีก เนื่องจากข่าวลือหลาย ๆ เรื่อง รวมทั้งเรื่องที่อาจารย์ปกปิดให้นักเรียนที่ทำผิดอีกหลาย ๆ คน

ก่อนที่ฉันจะลากลับ อาจารย์สอบถามเรื่องของชลิยากับฉัน ฉันบอกอาจารย์ไปตามจริงว่า ตั้งแต่เรียนจบไปฉันและเพื่อน ๆ ก็ไม่ได้พบกับ ชลิยาอีกเลย อาจารย์ฝากว่า

"หากพวกเรามีโอกาสได้พบ ชลิยา และนพพร อีก ขอให้พวกเราปฏิบัติกับเขาเหมือนกับเพื่อนของเราคนหนึ่ง อย่าได้ลืมว่าครั้งหนึ่งพวกเขาก็เหมือนพวกเราเพียงแต่ครั้งนี้เขาพลาดไปกระทำความผิด ที่สังคมก็ได้ลงโทษเขาไปแล้ว การให้โอกาสสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขา"

พวกเรากราบลาอาจารย์ และเดินลงมาพบกับเพื่อน ๆ ที่ยังคงอยู่ในโรงเรียน เด็ก ๆ รุ่นน้องหลาย ๆ คนเดินผ่านหน้าฉันไป เด็ก ๆ ที่ในอนาคตจะต้องเดินออกจากสถานศึกษาแห่งนี้ไปเพื่ออนาคตอีกครั้ง เด็ก ๆ ที่เข้ามาอยู่ในความดูแลของครูบาอาจารย์ที่จะเป็นผู้ขัดเกลาไม้อ่อนเหล่านี้ บางคนดัดไม้ด้วยความอ่อนโยนเอาใจใส่ แต่บางคนดัดไม้ด้วยแรง บ่อยครั้งที่ไม้เหล่านั้น หักสะบั้น บ่อยครั้งที่เราสามารถเยียวยาไม้เหล่านั้นให้เติบโตต่อไปได้

"เด็กเกเร ไม่ใช่เนื้อร้าย ที่เราจะตัดเขาออกจากสังคม" เสียงนั้นยังคงดังอยู่ในมโนสำนึกของฉันเสมอมา !!!

ขอกราบอาจารย์ผู้ให้โอกาส ให้ความรู้ทั้งในวิชาการ และการใช้ชีวิต ด้วยดวงใจ

credit :: ภาพจาก http://www.filmax.in.th/feature03.html และ Internet

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

#4 By redtear on 2011-01-17 14:30

ภาพประกอบจากเรื่อง Monga เข้าักับเด็กเกเรครับ

Hot! Hot! Hot!

#3 By Rachel Komolsut on 2011-01-17 08:58

เด็กเกเร คือ เด็กที่สมควรได้รับความรักมากกว่าใคร
Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

พระคุณที่สาม

#1 By Annu on 2011-01-16 18:45