Philosophy

ทิ้งร้าง

posted on 15 Jan 2009 11:01 by sailomteepanmaa in Philosophy

ผมเดินพาเธอลงมาจากศาล แว๊บหนึ่งของแววตาเธอดูสดใสขึ้นมาจนเห็นได้ชัด หลังจากศาลพิพากษาให้เธอกลับมาเป็น "โสด" ได้อีกครั้ง กว่าสามปีที่เธอต้องทนอยู่อย่างเดียวดายไร้เงาของสามีมาค่อยดูแล เธอต้องต่อสู้เพียงลำพังกับคำว่า "ม่ายผัวทิ้ง"

ผมเฝ้ามองดูเธอมาเนิ่นนาน หญิงสาวข้างโต๊ะที่ดูหมองหม่นอยู่เสมอ ใบหน้าที่ดูอ่อนกว่าวัยแต่กลับเซียวขาวราวไร้เลือดมาหล่อเลี้ยง รอยยิ้มงดงามซึ่งนานครั้งที่จะเผยอริมฝีปากให้ได้เห็น

นานกว่าปีที่ผมจะได้เรียนรู้และรับรู้เรืองราวของเธอ ใครหลายคนบอกว่าสามีเธอเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี ช่างเอาใจผิดแต่ว่าเจ้าชู้ไปสักหน่อย บ่อยครั้งที่เธอมาทำงานด้วยใบหน้าพกช้ำ นานหนักเข้าเขาก็หนีเธอไปอยู่กับหญิงชู้คนใหม่ ทิ้งเธอไว้กับตำแหน่งที่ไม่อยากได้ "ม่ายผัวทิ้ง"

ผมตอบไม่ได้หรอกว่าเป็นบุญหรือเป็นกรรมของเธอ ที่สามีของเธอนั้นทิ้งเธอไป แต่สิ่งเดียวที่ผมตอบได้ในขณะนี้คือ ผมรอเธอตลอดมา รอให้ถึงวันนี้ วันที่เธอจะเป็นอิสระต่อพันธะทั้งมวล วันที่เธอจะก้าวเดินใหม่ ในวันเวลาของเรา วันที่เธอเป็นอิสระต่อพันธนาการทางกฏหมาย ที่ผมรอมานานแสนนาน

บ่อยครั้งที่ผมเพียรพยายามเอาชนะใจเธอ พูดคุยในเรืองของเรา แต่เธอกลับบ่ายเบี่ยงด้วยเหตุผลเดียว เธอยังถือครองทะเบียนสมรสที่ยังมีผลบังคับอยู่ กว่าสามปีที่เธอต้องกอดมันอย่างเดียวดาย กว่าสามปีที่เธอยังคงเคารพและเฝ้ารอวันหวลกลับของสามีของเธอ กว่าสามปีที่เธอให้โอกาสเขา และมันก็ได้สิ้นสุดลงแล้วในวันนี้

ผมจอดรถที่หน้าบ้านของเธอหลังจากที่เราไปรับประทานอาหารค่ำมาร่วมกัน ใบหน้าที่สงบนิ่งที่ผมเห็นยังคงเยียบเย็นราวรูปปั้นศิลา

"อรจะให้ผมเข้าไปในบ้านคุณได้หรือยัง"

ผมถามเธอด้วยสายตาเว้าวอน เธอช้อนตาขึ้นสบตาผม ริมฝีปากบางละมุนเอ่ยตอบ

"อรว่ามันยังไม่เหมาะมั้งค่ะ อรเพิ่งหย่าได้วันเดียวเอง คนอื่นเขาจะครหาเอาได้"

น้ำเสียงแผ่วเบาแต่กังวาลไปทั่วทั้งโสตประสาทของผม กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำหอมจาง ๆ เจือมาที่จมูกอย่างเย้ายวลจนผมแทบอดใจไม่ได้ฉวยคว้ามือเธอมากุมไว้มั่น

อรอุมารีบชักมือออกจากมือผม ราวกับแตะโดนถ่านไฟครุโชน

"เอออ อรขอตัวก่อนนะค่ะ" เธอละลักละล่ำกล่าวเสียงสั่น

"อร ผมขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจ ผมรักคุณจริง ๆ นะ คุณรังเกียจผมเหรอ"

ผมยังคงออดอ้อนหวังให้เธอเห็นใจ และได้ผลน้ำเสียงเธออ่อนลงสายตาอ่อนหวานมองจับจ้องมาบนใบหน้าผม

"พี่พีค่ะ อรขอโทษค่ะ เออ อร อรไม่ได้รังเกียจพี่พีนะค่ะ แต่วันนี้อร เออ ขอตัวก่อนนะค่ะ อรของเป็นพรุ่งนี้ สำหรับเรืองของเรา อรรักพี่ค่ะ"

ราวกับปริศนาทั้งหมดได้คลี่คลายตัวลงไปกับคำว่า "รัก" โลกทั้งโลกดูสว่างไสวในทันที ผมมองตามร่างเล็ก ๆ ที่เดินเข้าไปในตัวบ้านด้วยหัวใจพองโตรอวันเวลาแห่งอรุณรุ่งพรุ่งนี้ที่เราจะมีอนาคตร่วมกันต่อไป

ฉันก้าวลงจากรถพี่พีเข้าไปในบ้าน ทันทีที่ฉันเปิดประตูบ้านเข้าไป เหมือนยกภูเขาออกจากอก ใบหย่าในมือยังคงอยู่ในซองรัดกุม ฉันแกะมันออกมายิ้มให้มันอย่างลิงโลด ในที่สุดอิสระภาพก็เป็นของฉัน กว่าสามปีที่ฉันต้องเสียโอกาส โอ้นี่ฉันพลาดอะไรไปบ้างนี่ ฉันจูบลงบนกระดาษแห่งอิสระภาพก่อนที่จะร่อนมันลงกลางโซฟา และวิ่งถลาขึ้นไปชั้นบนของตัวบ้าน

พจน์ค่ะ คุณคงไม่รู้ว่าฉันมีความสุขแค่ไหน ฉันฉวยคว้าชุดเปิดไหล่สีแดงที่หมกไว้ด้านในสุดในตู้เสื้อผ้ามาทาบกับลำตัวของตัวเอง หมุนตัวอยู่รอบกระจกบานใหญ่

"ผอมไปนะเรา"

ฉันบอกกับตัวเองก่อนที่จะวางชุดสวยลงบนเตียง ปลดเปลื้องพันธนาการแห่งร่างกายออกทีละชิ้น

ในกระจกหญิงสาวซีดเซียวเธอเป็นใครกันน่ะ ฉันไม่รู้จัก แต่ช่างเถอะนับแต่วันนี้เธอจะตายไปจากโลกนี้แล้ว แม่ซื่อ ฉันปลดมุ่นมวยผมด้านหลังออกปล่อยให้ปอยผมคลีตัวเองบนหลังช้า ๆ ก่อนที่จะเดินพาร่างเปลือยเปล่าของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำและรอให้มันเต็มอ่าง

แชมเปญขวดใหญ่ถูกเปิดออกเหมือนคืนวิวาห์คืนแรกของฉันกับพจน์ คืนนั้นฉันเป็นผู้หญิงที่ใคร ๆ ต่างก็อิจฉา ภาพในอดีตอันแสนหวานของเราค่อย ๆ ไหลผ่านราวกับแชมเปญเย็นเฉียบขวดนั้นค่อย ๆ ไหลลงสู่ร่างกายของฉัน

น้ำเต็มอ่างแล้วฉันลดกายลงแช่ในน้ำอุ่นสนิทมือค่อย ๆ ไล้ผิวกายของตนเอง ฮืมมม พจน์ค่ะ ฉันยังจำวันคืนเก่า ๆ ได้ดีสัมผัสอบอุ่นนุ่มนวลภายใต้น้ำอุ่นนี้ที่คุณเคยมอบให้มานาน แต่ดูเหมือนมันจะไม่จางไปจากใจเลย

เสียงน้ำที่ค่อย ๆ ไหลเรื่อยลงมาจากก๊อก คละเคล้ากับเสียงหายใจที่ร้อนอุ่นยิ่งกว่าน้ำในอ่างที่เราชำระร่างกายร่วมกัน อุ่นกอดและเสียงที่พร่ำพรอดว่าจะมีเพียงแต่ฉันคนเดียว ฉันคนเดียว กายที่สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวของเรา ลมหายใจของเราที่ไหลรวมเป็นของกันและกันภายใต้สายน้ำอุ่นที่อวลด้วยไอรักระหว่างเรา ราวกับวันนั้นจะหวลมาอีกครั้ง ฉันแทบจะทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากอ่างน้ำ

ในที่เดียวนี้ เสียงหัวร่อต่อกระซิกของคุณและใครอีกคน ในอ่างอาบน้ำใบนี้ทีหลังประตูภาพร่างที่ไม่เคยลืมเลือนไปจากใจ ร่างชายคนรักที่ก่ายกอดพรอดรักกับหญิงอื่นในบ้านของฉัน ในห้องน้ำ ในอ่างอาบน้ำใบนั้น ที่นั่นที่ ๆ คุณบอกว่ารักฉันคนเดียว เสียงพร่ำรำพันราวกับมีความสุขกันเสียเต็มประดา ฉันได้แต่หันหลังกลับและเดินร้องไห้ออกจากบ้านไป อย่างไม่ยอมรับกับภาพตรงหน้า

ฉันก้าวออกจากอ่างอาบน้ำเนื้อตัวเปลือยเปล่าที่ถูกเกาะกุมไปด้วยหยดน้ำพราวไปทั่ว แก้วแชมเปญยังคงถูกรินอยู่อย่างต่อเนื่อง ฉันเอนกายลงบนพื้นที่นอนอุ่นละมุน

เสียงกระซิบข้างหู ปลายจมูกที่ซุกไซร้หาไออุ่นที่ริมหูไล่ละลงมาจนถึงซอกคออ่อนละมุนสัมผัสที่นุ่มนวล ร่างที่ฉันโอบกอดด้วยความรักความเสน่หา ร่างกายที่แสนคุ้นเคย ไออุ่นที่อวลด้วยความรักยังคงคละเคล้าอยู่ที่นี่ ฉันสูดลมหายใจลึก ๆ ราวกับว่ากลิ่นกายของคุณยังคงติดตรึงอยู่นะที่นี่

ใช่ที่นี่ ที่ ๆ คุณบอกกับฉันว่าวันเวลาของเรามันสิ้นสุดลงแล้ว เราไม่มีเยื่อใยใด ๆ เหลือไว้ให้แก่กันอีกต่อไป อดีตไม่สามารถย้อนกลับมาได้ และบัดนี้ คุณพบคนที่ดีและเหมาะสมกับคุณทุกอย่าง เขารอคอยคุณ รอคอยวันที่คุณจะมีอิสระภาพเพื่อไปอยู่กับเขา และคุณพร้อมจะจากไป โดยไม่สนใจว่าฉันจะเป็นอย่างไร ฉันได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญถึงอดีตอันแสนหวานที่เรามีต่อกัน และหวังว่ามันจะทำให้คุณไม่จากไป หวังว่ามันจะทำให้คุณกลับมารักฉันเหมื่อนเก่า

ฉันลุกขึ้นจากที่นอนช้า ๆ และนั่งลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกบานใหญ่ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ภายใต้เงาในกระจกนั้น หญิงสาวหน้าตาสะสวยผมเคลียร์ไหล่ใบหน้าปราศจากสิ่งประทินโฉมอันใด เนินอกที่หนานุ่มมิได้คล้อยยานไปตามวัย ฉันยิ้มให้กลับตัวเอง

ใบหน้าใสบางนั้นถูกตกแต่งอีกหนประกายปากสดใส และประกายตาอันฉ่ำเยิ้มอย่างที่มันเคยเป็นมาก่อนหน้านี้ ชุดสีแดงถูกทาบทับลงบนร่างบางเบา ฉ้นหมุนตัวและพูดกับตนเอง

"สวยขนาดนี้ ยังคิดจะทิ้งกันไปอีกคนไม่รักดี"

ฉันก้าวเดินออกจากห้องที่ตรงนั้น หน้าห้อง ตรงที่ฉันเคยนั่งร้องไห้ขอร้องไม่ให้คุณไป แผ่นหลังเบื่องหน้ากำลังจะก้าวลงจากบันได และก้าวออกไปจากชีวิตฉัน ออกไปเพื่อไปหาคนใหม่ที่ดีกว่า คุณเอาอะไรมาวัดคุณค่าของฉันกับคนใหม่ของคุณ

ฉันก้าวลงบนบันไดซึ่งครั้งหนึ่งคุณเคยก้าวลง และพยายามก้าวออกจากชีวิตชั้นไป แต่คุณคงคิดไม่ถึงสิว่า ฉันไม่ยอมให้คุณจากไปง่าย ๆ หรอกใช่มั้ย

ฉันเดินไปตามทางเดินที่ทอดลงไปยังห้องเก็บไวน์ใต้ดิน ทางเดินมืดเย็นและอับชื้น ฉันไม่เคยชอบที่นี่เลยตั้งแต่คุณสร้างมันขึ้นมากลิ่นอับ ๆ พุ่งออกมาทุกครั้งที่ฉันเปิดมัน ถึงเวลาซะทีนะที่รัก

ที่สุดปลายของทางเดิน ที่ ๆ คุณนั่งอยู่ นานเท่าไหร่แล้วนะที่คุณนั่งอยู่ที่นี่ อ้อ สามปีแล้วใช่มั้ย วันนี้เป็นวันที่ฉันและคุณรอคอย วันที่เราจหย่าขาดกันเสียที

คุณดูผอมไปนะ เสื้อผ้าก็แห้งกรังขาดลุ่ยแล้ว ไม่เหลือเค้าของความเป็นเพลบอยอยู่เลย ดูสิผมของคุณหลุดร่วงลงมาเกือบหมดแล้ว ว๊า แล้วอย่างนี้ใครจะเอาหละค่ะที่รัก ฉันก้มลงเก็บแขนข้างหนึ่งใส่ลงให้ถุงดำที่เตรียมไว้ ไม่ดูแลร่างกายเลยนะคุณปล่อยให้ทรุดโทรมอย่างนี้ได้อย่างไรกัน ดูสิตางี้กลวงโบเชียว

ฉันก้มลงนั่งคุกเข่าดูร่างไร้วิญญาณของชายคนรัก ยิ้มให้กับเขาและหัวเราะให้กับตัวเอง ยินดีกับฉันหน่อยสิ พรุ่งนี้แล้วที่ฉันจะได้เริ่มชีวิตใหม่ กับใครอีกคน คนที่เขาบอกว่ารักฉันเหมือนคุณไงหละ

ฉันต้องทนเป็นอีเพิ้งมากว่าสามปีนี่เพราะอะไร เสื้อผ้าสีตุ่น ๆ ที่คุณเกลียดนักเกลียดหนา ท่าทางซ่อมซ่อ เที่ยวขอความเห็นใจว่าผัวหายมาตลอดสามปี

คุณเป็นคนฉลาดคุณคงรู้ดี ฉันทำเพื่ออะไร ฉันทิ้งยิ้มสุดท้ายพร้อมกับประกายคมมีดในมือ จบกันซะทีทีรัก พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มต้นใหม่แล้ว อย่าลืมกล่าวคำอวยพรให้กับฉันจากในบึงใหญ่ที่เราเคยไปเที่ยวด้วยกันนะคะ

 

......ฉันรักคุณค่ะ