พึงตายไว้เกียร์ติตน.......อย่ามีชนต์เมื่อเกียร์ติมลาย
posted on 14 Aug 2008 00:36 by sailomteepanmaa in Story
ในที่สุดวันเวลาแห่งการรอคอยก็ถึงที่สุด ทันที่ที่ได้ยินเสียงหวู๊ดร้องของเรือ "เอบราฮัมลินคอน" ในครั้งนี้ฉันก็รับรู้ได้ว่า "พิงเคอร์ตัน" สามีที่รักยิ่งผู้ซึ่งให้คำสัญญาและทำให้ฉันต้องรอคอย....จนกว่านกรอบินทำรังสามครั้งในที่สุดมันก็สิ้นสุดลง ถึงแม้นว่านกของชาวอเมริกันจะขี้เกียจไปสักหน่อยที่ทำรังในแต่ละครั้งและร้างลาไปกว่าขวบปีแต่ก็ยังคงกลับมาทำรังอีกหนแล้วหนเล่า ฉันยิ้มให้กับความคิดของตนเอง
ไม่เสียแรงเลยที่ฉันยอมละทิ้งศาสนาและความเชื่อของบรรพบุรุษเพื่อพิสูจน์รักแท้ของเกอิชาผู้ต้อยต่ำที่มีให้แก่ราชนาวีผู้สูงศักดิ์ชาวอเมริกัน
ท่านลุงต่างหากที่คาดผิด ด่าประจานความรักอันบริสุทธิของฉันว่ามิได้ประโยชน์อันใดในการกระทำต่าง ๆ เหล่านั้น บัดนี้ ความจริงทั้งหลายปรากฏแล้วความรักของฉันได้กลับคืนสู่รังอีกครั้งหนึ่ง
นี่หละหรือที่โกโกโร่* ดูแคลนความรักของสามีผู้เป็นที่รักยิ่งของฉันว่าทิ้งร้าง ไม่มีวันที่สามีผู้เป็นอเมริกันชนของฉันจะทิ้งลูกเมียชาวอเมริกันของเขาลงได้ไรอก อย่าลืมเสียสิ ฉันมิใช่หญิงชาวญี่ปุ่นแล้ว ฉันผ่านการสมรสกับชายชาวอเมริกันและให้กำหนดบุตรชายผมทองผู้เป็นอเมริกันชน ฉันเป็นอเมริกันชนเต็มขั้น แล้วเหตุอันใดสามีจะทิ้งชั้นได้ลง บัดนี้แล้วที่เราจะอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวอเมริกันชนที่สมบูรณ์
โอ้ซูซูกิ ทำไมเจ้าจึงนำข่าวดีมาสู่ฉันช้านัก ฉันดีใจจนแทบรอสามีอันเป็นที่รักยิ่งของฉันไม่ไหวอยู่แล้ว เจ้ามัวไปไถลอยู่เสียที่ใดนะซูซูกิ เจ้าจะรู้หรือไม่ว่าเวลาที่ผ่านไปในแต่ละนาทีนับจากที่เจ้ามาแจ้งว่าสามีอันเป็นที่รักยิ่งของฉันได้กลับมาแล้วนั้น ช่างยาวนานเสียเหลือเกิน ยาวนานจนแทบจะชัวกัปกัลป์เลยทีเดียว
ทันทีที่เสียงขออนุญาตของสาวใช้เก่าแก่ดังขึ้น ฉันแทบถลันลุกขึ้นออกไปเปิดประตูเสียเอง ติดแต่ว่า ฉันจะต้องรักษาทีท่าให้สง่างามเยี่ยงลูกสาวซามูไรผู้ไว้ศักดิ์และอเมริกันชนผู้มีอารยะ มิให้ผู้ใดกล้าวว่านินทาได้ว่ามีกริยาเยี่ยงเกอิชาราคาถูกแห่งนางาซากิ ถึงกระนั้นฉันก็มิสามารถซ้อนยิ้มในหน้าเอาไว้ได้
เอ๊ะ!!! แล้วนั้นเจ้าพาผู้ใดมา ............. "พิงเคอร์ตัน" สามีผู้เป็นที่รักยิ่งของฉันอยู่ที่ใด
>
Puccini -Madame Butterfly-Hum Chorus
Uploaded by Quarouble
ซูซูกิสาวพยายามหลบสายตาฉันและก้าวเข้ามาในห้องพร้อมแนะนำผู้ที่นำมา ฉันเริ่มเข้าใจ........
บัดนี้ สามีผู้เป็นที่รักยิ่งของฉัน ผู้ที่ฉันมอบใจ มอบกาย มอบความจงรักภักดีอย่างเหลือสุดที่จะประมาณได้ บัดนี้เขาผู้นั้นได้เหวี่ยงสายใยแห่งความจงรักภักดีนั้นทิ้งเสียแล้วอย่างไม่เหลือเยื่อใย ไม่ต่างอะกรับกับขยะต่ำค่า ไม่มีค่าเพียงพอที่จะเหลี่ยวแลหรือหันกลับมามองทีอีกต่อไป ดังคำพูดที่ฉันเคยได้ยินได้ฟังจากปากเขา สามีผู้เป็นที่รักยิ่ง
"ญี่ปุ่นมีดีอย่างหนึ่ง คือ เมื่อซื้อบ้านมีสัญญากรรมสิทธิ์ 999 ปี แต่ผู้ซื้อมีสิทธิยกเลิกไม่เอาเมื่อไรก็ได้ทุกเดือน ก็เหมือนแต่งงานกับผู้หญิงญี่ปุ่น เบื่อเมื่อไรก็บอกเลิกได้"
ดังนั้น ฉันจึงยอมเป็นอเมริกันชนเพื่อสามีผู้เป็นที่รักยิ่งของฉันจะมิกระทำเยี่ยงเดียวกันกับ "ผู้หญิงญี่ปุ่น" ที่เขาเล่ากล่าว
บัดนี้ วันเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า "ผู้หญิงญี่ปุ่น" ก็ยังคงเป็น "ผู้หญิงญี่ปุ่น" อยู่วันยังค่ำ มิมีวันที่จะเปลี่ยนเป็นอเมริกันชนได้ แม้นจะให้กำเนิดบุตรชายชาวอเมริกันก็ตาม
และในบัดนี้เจ้าของตัวจริงของสามีผู้เป็นที่รักยิ่งของฉันปรากฏตัวและทวงกรรมสิทธิ์โดยชอบธรรมนั้นแล้ว ด้วยเหตุผลกลใดเล่าที่ฉันจะต้องฝืนดื้อดึงดังเช่นกาลเก่าได้อีก รักสักประเดี๋ยวเถิดให้ฉันได้ร่ำลาบุตรชายอันเป็นที่รักของฉันสักครู่ก่อน หล่อยค่อยนำสามีของหล่อนมารับเขาไปจากอกฉัน
>
Puccini - Madame Butterfly
Uploaded by Quarouble
ทันทีที่ซูซูกินำแขกที่ไม่พึงประสงค์ผู้ซึ่งมาพรากทุกอย่างไปจากฉันและบัดนี้กำลังจะพรากบุตรชายสุดที่รักจากฉันไปอีกคน ฉันหันไปมองหน้าบุตรชายซึ่งเคล้าหน้าละม้ายคล้ายผู้เป็นบิดา ผมสีทองตาสีฟ้า เขายังคงนั่งเล่นอยู่มิได้ห่างไปจากฉัน โอ้!!! เจ้ายังคงไร้เดียงสาจนเกินไปที่จะรับรู้สิ่งใด ฉันดึงเขาเข้ามากอดไว้แนบกาย
ลูกเอ๋ยถีงแม้นแม่จะแสนรักเจ้าจับจิตมากมายสักเท่าใด แม่ก็ไม่สามารถที่จะแดรั้งเจ้าไว้ให้อยู่กับความเสื่อมและความระทมทุกเยี่ยงแม่ได้ เจ้าจงจำคำแม่ไว้ความรักของแม่ที่มีต่อเจ้านั้นเปรียบเสมื่อนหยดน้ำที่รวมกันจนเป็นมหาสุมทรอันยิ่งใหญ่ไพศาลสุดที่จะหยังประมาณได้ได้วยสายตา เมื่อเจ้ามองมหาสุมทรเมื่อใดขอให้เจ้าจงรับรู้ไว้ว่าแม่นั้นรักเจ้ามากกว่าชีวีตของแม่เอง
แม่มิได้คิดจะทิ้งให้เจ้าอยู่อย่างเดียวดายเลย ที่แม่ตายนั้นเพื่อเจ้า แม่คือบัตเตอร์ฟลายที่อกสลายไปแล้วยอมตายเพื่อไปสู่ถิ่นที่ควร เมื่อลูกโตขึ้นจะไม่กล่าวหาว่าแม่ถูกทอดทิ้ง มาเถิดเจ้าจงมาเล่นซ่อนหากับแม่เถิด เมื่อคำกล่าวร่ำลาที่มีให้แก่บุตรยชายอันเป็นที่รักสิ้นสุดลงฉันปลดสายเฮบิเพื่อคาดตาแห่งบุตรชายและมอบสิ่งของสำคัญให้แก่เขา
"เจ้าจงรับตุ๊กตาและธงชาติอเมริกันนี้ไว้เถิดและจงภูมิใจที่เจ้าเป็นอเมริกันชนอย่างเต็มภาคภูมิมิใช่อเมริกันชนแต่ปากเป็นเยี่ยงแม่"
ฉันเปิดกล่องที่ใช้เก็บสมบัติอันล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวที่ยังคงความเป็นชาวญี่ปุ่นและติดตัวมาก่อนสมรส
"พึงตายไว้เกียร์ติตน.......อย่ามีชนต์เมื่อเกียร์ติมลาย" คำจารึกบนใบมีดเล่มเดียวกันกับที่ท่านบิดาใช้กระทำการอันสูงเกียร์ติ "ฮาราคีรี" เพื่อปลิดชีพตน
ช่างน่าอนาถแท้แม้นจะเลือกวิธีตายฉันยังไม่สามารถตายอย่างมีเกียร์ติเยี่ยงบิดาผู้ทรงไว้ซึ่งยศและเกียร์ติแห่ง "ซามูไร" เพียงเพราะฉันคือ "ผู้หญิงญี่ปุ่น" ผู้ซึ่งมิได้รับเกียร์ตินั้น แม้นจะเป็นบุตรแห่งท่านก็ตาม
ทันทีที่ฉันจ้วงคมมีดขาววับเข้าสู่ลำคอของตนเอง คมมีดได้กรีดผ่านผิวเนื้อลึกลงไป ฉันเห็นเลือดสีแดงฉานพุ่งตัวออกไปเป็นสายเปรอะเปื้อนใบหน้าบุตรชาย เสียงสำลักอากาศเฮือกสุดท้ายและร่างที่ทรุดตัวลงพาดกายเคียงข้างบุตรชายชาวอเมริกันผู้เป็นที่รักแห่งฉัน.....
ดัดแปลงจากเรื่องสั้น "มาดามบัตเตอร์ฟลาย" ของ GIACOMO PUCCINI
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก : http://www.dailynews.co.th/
และภาพจาก Internet