memorail

 
วันอังคาร ที่ 8 มกราคม 2551
เพียงลมพัดผ่าน
Posted by Kati , ผู้อ่าน : 210 , 00:03:54 น.   | หมวดหมู่ : Article  
พิมพ์หน้านี้


เพียงลมพัดผ่าน

อ้างอิง - ภาพ http://burabhawayu.multiply.com/photos 

ผมชอบร้องเพลงนี้

เมื่อเพลงขึ้นต้นด้วยเสียงกีตาร์อันงดงาม

จำได้ว่าครั้งแรกที่ร้อง แทบร้องไห้

ผมจำได้ว่า ร้องเพลงนี้ครั้งแรกเมื่อเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ร้องด้วยบทเพลงของคำอำลาในงานค่ายอาสางานหนึ่ง  คิดขึ้นมาในขณะนั้นว่า เพลงนี้ช่างงดงามเหลือเกิน งดงามทั้งถ้อยคำถ้อยความ เรื่องราวความหมาย และรอยแห่งการจากพรากของชีวิต หลังจากนั้นผมเริ่มต้นหัดเป่าฮาร์โมนิการ์ด้วยเพลงนี้

ผมยังจำได้ดี ในทุกครั้งของการร้องเพลงนี้

ยังได้ถึงน้ำตาของเพื่อนที่ไหลพราก

จำได้ถึงน้ำตาตัวเองที่แอบเช็ด

วันคึนวันนั้นผมถามตัวเองว่า ผมเด็กเกินไปกว่าการพลัดพรากหรือไร หรือผมยังไม่พร้อมสำหรับการจากพราก หลายครั้งในหลายปีที่ผ่านมาของชีวิต ระยะเวลาได้นำพาเพื่อน มิตรสหาย ผู้คนที่ได้รู้จักเรียนรู้ และมิตรไมตรีมากมาย

สายลมและสายน้ำพัดผ่านชีวิตไป

เหมือนลมที่เพียงพัดผ่าน

มีเรื่องราวของก้าวย่าง การเดินทาง การพูดคุย ความเข้าใจ ความไม่เข้าใจ ของเพื่อนฝูงและมิตรสหาย ซึ่งนำพาผู้คนให้มารู้จักกัน และพัดผ่านกันไป วันนั้นในหลายปีก่อนผมร้องเพลงนี้ ร้องในทุกครั้งของการเดินทางไกล และในกาลอำลา

หลายครั้งผมเคยได้ยินได้ฟัง

พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ร้องเพลงนี้

ผมคิดโดยส่วนตัวว่า เพลงบทนี้โหยหวน

ผมคิดโดยส่วนตัวว่า ชายผู้นี้ร้องบทเพลงนี้ในหอประชุมใหญ่ ธรรมศาสตร์ ได้ไพเราะมาก งดงามยิ่งใหญ่ และเพราะพริ้งในแต่ละท่วงทำนองความ แต่สุดท้ายในแทบทุกครั้งของการจากพราก ยามอยู่กับเพื่อนฝูง ยามเล่นกีตาร์เพียงเบาเบา กับสายลม ฮาร์โมนิการ์ และเพื่อนฝูง ผมคิดว่ายามนั้น บทเพลงนี้ไพเราะที่สุด

ผมชอบร้องเพลงนี้ เมื่อยามจากพราก

ร้องเพลงบทนี้กับมิตรสหาย

และการจากลา

ฉันไม่อยากกล่าวคำว่าอำลา

ฉันใช่มาโอดครวญหรือชวนให้ลุ่มหลง

เพียงลมลมที่ผ่านเลย ก็เลยไป

เหมือนน้ำหลากล่องลง ไม่คืนหลัง

น้ำก็ยังชุ่มเย็นเป็นสายน้ำ ไม่เคยขาด ไม่ไหลคืน คือความจริง

เราคบกัน มีเรื่องราวเล่ากันฟัง

เป็นเหมือนดั่ง ภาพเขียนที่เสกสรร บรรยากาศที่ดี และจริงใจ

แม้ไม่มีพยาน คำมั่น ฤาสัญญา

อย่ารอเวลาให้ล่วงเลย ร่างกายจะร่วงโรย

จงโบกโบยโผบินแม้เหน็บหนาว

ใช่ว่าเรา จะจากกัน นิรันดร์ไป

ในหลายปีที่ผ่านไปของชีวิต

ผมชอบร้องเพลงนี้

แม้ในยามพบปะเพื่อนฝูง

หรือในยามลาจากกัน หลายปีในการพลัดพรากจากกัน เพื่อนบางคนย้ายไปอยู่ต่างประเทศ บางคนไปใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัด บางคนแม้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่นานทีปีหนกว่าจะพบกัน บางคนย้ายไปอยู่ในโลกหน้า หลายครั้งสำหรับการจากพราก ในแต่ละความทรงจำ ด้วยคำมั่นวันวานและสัญญาหน้ากองไฟ ท่ามกลางเด็กวัยรุ่นที่สุมหัวกันอยู่รอบกองไฟ ข้ามคืนเหล่านั้น มีเพียงคำพูดคุยปลอบโยน

มีเพียงเสียงร้องเพลงนี้ อย่างแผ่วเบา

มีเพียงคำมั่นสัญญาระหว่างกัน

มีเพียงกำลังใจที่มอบให้กัน

แม้ไม่มีพยาน คำมั่น ฤาสัญญา

อย่ารอเวลาให้ล่วงเลย ร่างกายจะร่วงโรย

จงโบกโบยโผบินแม้เหน็บหนาว

ใช่ว่าเราจะจากกันนิรันดร์ไป

อ้างอิง - รับฟังบทเพลง http://l-pollution.exteen.com/20070519/entry

*****************************************

 

ความคิดเห็นที่ 1
Kati วันที่ : 10/01/2008 เวลา : 08.24 น.
http://www.oknation.net/blog/Kati1789

สวัสดีครับ

ขอมอบแด่ คุณสายลมที่ผ่านมา ด้วยดวงใจเช่นกันครับ
http://www.oknation.net/blog/Kati1789/2008/01/08/entry-1

ขอให้เธอได้รับรู้
ถึงมิตรภาพ และมิตรสหายในบางแห่งนี้

ขอให้เธอโบยบินครับ
ขอบคุณครับ

********************************

จาก ..สีน้ำเงิน.......คนเดินฝัน

ความคิดเห็นที่ 41
สีน้ำเงิน วันที่ : 08/01/2008 เวลา : 12.39 น.

******************

วับวับไหว วูบวาบไว วับวับไหว
แลทิวไม้ ไกวสะบัด ยามพัดต้อง
สัมผัสได้ หากไร้รูป ให้เมียงมอง
คิดจับจ้อง จ้องจับไว้ คว้าไม่ทัน

คือสายลม พรมพร่างพราย พริ้วไปทั่ว
ทั้งน่ากลัว น่าหัวเราะ น่าขบขัน
สายลมพา ชีวาให้ ได้ความมันส์
บล็อคเนชั่น นั้นหลากรส ซดแซ่บดี

รู้ว่ามี ตัวตนจริง ยิ่งกว่ารู้
อาจอ่านอยู่ เฝ้าดูใจ ในเพื่อนซี้
หากอ่านอยู่ แอบดูไย ไม่สู้ดี
เอ่ยวจี มีตอบบ้าง อย่างคนจริง

…ขออนุญาตพื้นที่ คือยังไม่ค่อยได้ทราบอะไรลึกๆ
เดาว่าเป็นการผิดพลาดทางเทคนิตเสียมากกว่า
…กลอนนี้เกิดจากคำถามว่า อะไรเอ่ยเห็นไหวไหว แต่จับไม่ได้ คำตอบคือ ลม นั่นเอง และ อย่าได้ลืมไปว่าลมนี่คือตัวช่วยชีวิตนะ หนุมานน่ะ แค่ต้องพระพายโชยมาก็ฟื้นแล้ว (เขาคือ วายุบุตรนี่นา)

*****************************

 

ตอบ..สีน้ำเงิน......คนเดินฝัน

แอบอ่านอยู่รู้ใช่ไหม ถึงได้ท้า
มาทำกล้า เรียกลม มาห่มฝัน
วะวับวิบ วะวับไหว อะไรกัน
ใช่สายฝัน สานสายจริง สิ่งในลม

คือสายลม พรมพริ้ว ละลิ่วล่อง
เพียงพิศมอง คงพอรู้ อยู่ให้เห็น
เพียงสัมผัส จับไม่ได้ ใช่ชาเย็น
ยังคงเป็น เพียงสายลม ที่ผ่านมา

ขอขอบใจในคารม คำชมชัด
ขอน้อมรับในจิต มิตรสหาย
ขอขอบคุณ ที่เกื้อหนุน อบอุ่นกาย
ขอตอบหมาย สายสัมพันธ์ มั่นวจี

ต้องขอโทษ หากไม่โปรดที่ต้องจาก
ต้องขอพราก จากน้ำเงิน คนเดินฝัน
ขออภัยไม่ ได้พบ ประสพกัน
ขอให้มั่น คำสัญญา ใช่ลาจร

ซักวันหนึ่งจะกลับมา ก็ฟ้ากว้าง
โลกไม่ร้างยุติธรรม ค้ำในหล้า
จะมาใหม่ ในที่ใหม่ ไม่ต้องท้า
ให้รู้ว่า ข้าคือลม พรมโลกเอย

*****************************

.
นี่คือความภาคภูมิใจจริง ๆ ที่ชั้นได้รับในที่ที่ชั้นจากมา
และอยากจะบอกแก่พวกเขาเหล่านี้ว่า.....
.
ไม่ได้หนีหน้าไปไหน แต่ต้องไปในที่ ๆ ควรไป
อยู่ในที่ ๆ ควรอยู่
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่มีค่ายิ่ง
"กำลังใจ"
.
จะโบกโบย โผบินแม้นแหนบหนาว ........
ใช่ว่าเราจะจากกันนิรันดร์ไป
.

 

edit @ 12 Jan 2008 14:57:08 by สายลมที่ผ่านมา

edit @ 14 Jan 2008 09:06:10 by สายลมที่ผ่านมา

edit @ 14 Jan 2008 09:21:06 by สายลมที่ผ่านมา