movie

MIRRORS ::: กระจก "ฉก" วิญญาณ

posted on 07 Dec 2008 00:33 by sailomteepanmaa in Movie

อเล็กซานเดร์ อจาร์ (Alexandre Aja) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในการทำหนังแหวะ หรือภาพยนต์ประเภทเขย่าขวัญสั่นประสาท ไม่ว่าจะเป็น "The Hills have eyes" ทั้งสองภาคและ Haute tension ที่คอหนังสยองขวัญต่างรู้จักกันดี

ในครั้งนี้เขากลับมาพร้อม "Mirrors" ภาพยนต์ฮอลลี่วูดที่ดัดแปลงมาจากภาพยนต์เกาหลีเรือง "In to the Mirrors" หรือในชื่อไทยว่า "กระจกหลอนซ้อนวิญญาณ" แต่ดูเหมือนในครั้งนี้ อจาร์จะทำได้สยองขวัญสั่นประสาทมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น "ฉาก" หรือแม้นแต่ดารานำที่เลือกเอา คีย์เฟอร์ ซุสเทอร์แลน (Kiefer Sutherland) หรือ แจ็ค บาว์เวอร์ จาก ซีรี่ย์ดัง "24"

MIRRORS เริ่มเรื่องจากชายคนหนึ่งพยายามที่จะวิ่งหนีสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นและในที่สุดเขาก็คิดว่าที่ ๆ เขาหนีมาจะรอดพ้นจากมัน "ผู้ล่า" แต่เขาคิดผิด เมื่อสถานที่ ๆ เขาหนีมานั้นเป็นห้องพักนักกีฬา ทันใดนั้นประตูตู้ล็อกเกอร์ก็เปิดออกกระจกทุกบานส่องมาที่เขา

เขาทรุดตัวลงหน้ากระจกบานหนึ่งพร้ำรำพันข้อความที่ไม่เข้าใจ ประหนึ่งว่าเขามิได้คิดหนีไปจากอำนาจลึกลับที่มีอยู่ในเงากระจก

แต่แล้วความจริงที่น่ากลัวก็บังเกิดขึ้นเมื่อเงาในกระจกไม่ใช่ตัวเขาอีกต่อไปในขณะที่เขาทรุดตัวร่ำไห้มันกลับยืนมองเขาอย่างมาดร้ายมือฉวยได้เศษกระจกชิ้นหนึ่งและกรีดไปที่ลำคอของตัวเองในกระจก

ร่างเจ้าของเงาตรงหน้าล้มลงและสิ้นใจตายอย่างน่าเวทนา

เบน คาร์สัน อดีตนายตำรวจที่มีปัญหาเรืองการควบคุมอารมณ์จนทำให้ชีวิตครอบครัวของเขามีปัญหาได้มาอาศัยอยู่กับน้องสาว แองจี้ ตั้งแต่พ่อของเขาทั้งสองตาย

คาร์สันตั้งใจจะเริ่มชีวิตใหม่ด้วยงานใหม่โดยการเป็นยามกะกลางคืนในโรงแรมร้างแห่งหนึ่งซึ่งถูกไฟไหม้ไปกว่า 12 ปี และที่นี่เองที่เขาได้พบกับความลับอันดำมืดและความสยดสยองที่รออยู่

โรงแรมเมย์ฟาวเวอร์เคยเป็นอดีตโรงแรมหรูที่ถูกตกแต่งด้วยปติมกรรมและประดับด้วยกระจกอยู่รอบบริเวณจนกระทั้งถูกไฟไหม้และมีผู้คนล้มตายมากมาย คาร์สันราวกับต้องคำสาปในคืนวันแรกที่ออกเดินตรวจการณ์ เขารับรู้ได้ว่าไม่ใช่มีเพียงเขาคนเดียวที่อยู่ในตึกร้าง

 

 

 

เขาพบตัวเองอยู่หน้ากระจกบานใหญ่และเงาที่ทอดอยู่ในกระจกเบื้องหน้านั้นกลับกลายเป็นร่างของคนหลายคนที่มีไฟลุกท่วมเขาตกใจและหันมองกลับไปที่เจ้าของร่างหน้ากระจกแต่ไม่พบใคร แต่ภาพในกระจกก็ยังคงดำเนินอยู่

มีเสียงกรี๊ดร้องดังขึ้นที่ชั้นบนของตัวตึก เขาวิ่งตามเสียงนั้นไปหวังช่วยเหลือแต่สิ่งที่เขาเห็นผ่านเงาในกระจกคือ ภาพของหญิงสาวที่มีแผลพุพองเนืองจากถูกไฟเผาไหม้ไปทั้งตัว

 

เขาตกใจกับภาพที่เห็นแต่เขาสามารถผ่านคืนอันโหดร้ายนั้นมาได้ แองจี้น้องสาวเห็นความผิดปกติของพี่ชายจึงขอให้เขาเล่าเรืองที่เกิดขึ้นกับเขาที่ที่ทำงานใหม่ให้ฟัง แต่เมื่อเขาเล่าให้เธอฟัง เธอกลับไม่เชื่อสิ่งที่เขาเล่าและแนะนำให้เขาไปพบจิตแพทย์

และในคืนนั้นเองในขณะที่แองจี้เตรียมตัวเพื่ออาบน้ำเธอส่องกระจกเพื่อสำรวจความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นตลอดวันและในขณะที่เธอผละไปเพื่อลงแช่น้ำในอ่างเงาในกระจกของเธอหาได้ตามเธอไปไม่มันใช้มือง้างเข้าไปในปากและฉีกมันออกจากกัน

 

ร่างของแองจี้ในอ่างอาบน้ำอ้าปากกว้างขากรรไกรฉีกออกจากกันและสิ้นใจในอ่างอาบน้ำนั้นในสภาพหน้าอนาถ และเป็นห้องข้าง ๆ ที่ได้ยินเสียงกรี๊ดร้องอย่างผิดปกติจนต้องโทรตามตำรวจมาตรวจสอบห้องของเธอ

ทันทีที่คาร์สันกลับมาบ้านและพบศพน้องสาวเขาถึงกับอาเจียน ความกลัวเกิดขึ้นกับเขา และยิ่งตอกย้ำทางความคิดของเขามากขึ้นเมื่อเขาได้รับทราบข่าวการจากไปของเพื่อนร่วมงานในหน้าที่เดียวกันคนก่อนหน้าเขา

และเมื่อเขากลับมาบ้านเขาก็ได้รับพัสดุจากเพื่อนรุ่นพี่ผู้ล่วงลับ ในนั้นบรรจุข่าวของโรงแรมเมย์ฟาวเวอร์ไว้อย่างมากมาย เขารู้สึกกลัวขับรถกลับไปยังบ้านของ เอมี่ ภรรยาที่แยกกันอยู่ และจัดการกับกระจกทุกบานที่อยู่ในบ้าน เอมี่ได้รับแจ้งเรืองต่าง ๆ จากแม่บ้านเธอรีบกลับมาและไล่คาร์สันออกจากบ้านไป

คาร์สันออกจากบ้านเอมี่อย่างสิ้นหวัง เขาพยายามสืบเสาะหาสิ่งที่พวกในกระจกต้องการและสุดท้ายเขาก็พบ "คีย์เวิร์ด" สำคัญนั้นคือ "Esseker" เขาพยายามเสาะหาเบาะแสชิ้นเดียวที่เขามี

เช้าวันรุ่งขึ้นเอมี่ได้สังเกตุเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ และเธอยิ่งแน่ใจเมือเธอพบว่าไมเคิ้ลลูกชายของเธอพูดคุยอยู่ในห้องคนเดียว และเมื่อเธอเข้าไปตามและเขาลุกขึ้นไปโรงเรียน แต่เงาของเขาไม่ได้ลุกขึ้นตามไปด้วย เอมี่จึงรีบโทรตามคาร์สันที่กำลังขับรถออกไปติดตามเบาะแสเดียวของเขา

เขากลับมาที่บ้านของเอมี่และทั้งคู่ก็ลงมือกำจัดกระจกทุกบานในบ้าน ไม้เว้นแม้แต่กระจกที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เขาทั้งคู่ก็ใช้สีพรางมันเอาไว้ไม่ให้เห็นเงา จากนั้นคาร์สันก็ได้ออกเดินทางออกจากบ้านเอมี่เพื่อไปติดตามเบาะแสซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายของเขาและครอบครัว

คาร์สันพบเบาะแสที่วิญญาณร้ายในกระจกต้องการนั้นคือ แอนนา แอสเซเคอร์ สาวน้อยผู้มีพลังสัมผัสวิญญาณซึ่งถูกนำมาทดลองในโรงพยาบาลเก่าที่ถูกโรงแรมเมย์ฟาว์เวอร์สร้างทับไว้เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยของความผิดที่คณะแพทย์ได้ทำไว้กับเธอ

คาร์สันพบว่าแอนนา ถูกกักขังให้อยู่กับพลังอำนาจที่เธอมีอยู่ตั้งแต่เด็กจนคณะแพทย์ของโรงพยาบาลดังกล่าวได้เอยปากขอรับเธอไปรักษาจากญาติ และนั้นเองคือบ่อเกิดแห่งความหายนะทั้งปวง คณะแพทย์ได้ทำการทดลองการติดต่อกับวิญญาณของเธอหลากหลายวิธี แต่ทุก ๆ วิธีล้วนสร้างความเจ็บปวดให้กับร่างกายและจิตใจของเธอ

จนกระทั้งวิธีสุดท้ายพวกเขาจับเธอเข้าไปอยู่ในห้องกระจกและให้เธอติดต่อกับวิญญาณร้ายผ่านทางกระจกครั้งแล้วครั้งเล่าในทุก ๆ ครั้งที่เธอติดต่อกับวิญณาณทางกระจกจะมีผู้โชคร้ายถูกพรากวิญญาณเข้าไปอยู่กระจกทุกครั้งไป จนไม่เหลือคณะแพทย์แม้นแต่คนเดียว

แพทย์และพยาบาลที่เหลืออยู่เกิดความกลัวจึงทำทะเบียนปลอมและจำหน่ายเธอออกจากทะเบียนคนไข้โดยระบุว่าเธอ "ตาย" จากโลกนี้ไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงพวกเขาพาเธอกลับไปอยู่กลับญาต และญาตของเธอกลับพาเธอไปอยู่ยังสำนักชีในชนบทห่างออกไป

คาร์สันเข้าไปพบเธอและขอร้องให้เธอไปหยุดวิญญาณร้ายที่อยู่ในกระจกเพื่อช่วยเหลือเขาและครอบครัว เธอปฏิเสธพร้อมทั้งบอกถึงหายนะที่จะมีแก่คาร์สันหากเธอยินยอมที่จะกลับไป

ในขณะที่คาร์สันกำลังขอร้องให้แอนนาช่วยเหลือ เอมี่ตื่นมากลางดึกเพราะโทรศัทพ์ของคาร์สันและพบว่าไมเคิ้ลลูกชายไม่ได้นอนอยู่เคียงข้างเธอเหมือนในครั้งแรก เอมี่ลุกขึ้นออกเดินหาไมเคิ้ลแต่ก็พบว่าในบ้านของเธอมีน้ำเจิ่งนองไปหมด กระจกหลายบานที่ถูกพรางเงาไว้ด้วยสีกลับถูกขูดลอกและล้างสีออก

 

คาร์สันตัดสินใจใช้ปืนจี้บังคับแอนนาและพากลับมายังโรงพยาบาลใต้โรงแรมเมย์ฟาวเวอร์ในขณะที่ เอมี่ก็ทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตของตัวเธอเองและลูก ๆ ของเธอไว้

คาร์สันนำแอนนาลงมายังห้องใต้ดินและพาเธอเข้าไปนั่งยังห้องกระจกจากนั้นก็ตรึงเธอไว้กับเก้าอี้กลางห้องตามที่เธอบอก แน่นอนที่สุดเพื่อป้องกันความผิดพลาดเธอบอกให้คาร์สันกลับไปอยู่กับครอบครัว แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ไปขั้นตอนต่าง ๆ ก็ได้เริ่มขึ้น

วิญญาณต่าง ๆ เริ่มออกมาจากกระจกและเริ่มทำปฏิกริยากับร่างกายของแอนนาจนร่างของเธอสั่นสะท้านแรงสั่นสะเทือนจำนวนมากทำให้ห้องกระจกระเบิดออก ไม่เพียงแต่ห้องกระจกเท่านั้นที่ระเบิดดวงวิญญานร้ายนับพันก็ระเบิดออกพร้อมเข้าสู่ร่างของแอนนาจนสภาพของเธอเปลี่ยนไปเป็นปีศาจ

ปีศาจร้ายในร่างของแอนนาพยายามเข้าโจมตีคาร์สัน แต่ด้วยแรงระเบิดและความเก่าของอาคารทำให้อาคารหลายจุดเกิดการพังทลายลงมาทับร่างของเขาและเจ้าปีศาจร้ายนั้นไว้ใต้ซากอาคาร

ในขณะที่เอมี่ก็ได้ปกป้องลูกของเธอเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิวก่อนที่ปีศาจร้ายในรูปของเงาเด็กน้อยจะมาพรากไมเคิ้ลไปจากเธอ

คาร์สันตื่นขึ้นมาและเดินออกมาจากซากปรักหักพังของตึกเขาพบว่าไม่มีใครสนใจเขาหรือรับรู้ว่ามีเขาอยู่บนโลกใบนี้ และโลกที่เขาอยู่ ณ บัดนี้ได้เปลียนไปแล้ว เขามองเห็นสิ่งต่าง ๆ กลับข้าง ราวกับมองออกมาจากในกระจก........

สำหรับฉากในเรืองนี้ หากใครเคยดูภาพยนต์เรือง 1408 ที่จอร์น คูแซค แสดงกับแซมอลแอล เจ็คสัน แล้วหละก็จะเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกัน เพราะขนาดที่สายลมฯ นั่งดูเพลิน ๆ ยังนึกว่าภาพยนต์เรืองนี้เป็น "ภาคต่อ" ของ 1408 ไปซะอย่างนั้น อาจจะเป็นเพราะภาพยนต์เน้นให้เป็นเรืองของโรงแรมที่ถูกไฟไหม้ซึ่งคล้ายคลึ่งกันทั้งสองเรือง จึงทำให้คนที่เคยดู 1408 อดที่จะคิดไม่ได้ว่ากำลังดูภาพยนต์ภาคต่ออยู่

สำหรับ คีย์เฟอร์ ซุตเทอร์แลน นั้นแม้นจะไม่ประสบความสำเร็จในจอเงินนักแต่ก็ประสบความสำเร็จในจอแก้วเป็นอย่างดี โดยเฉพาะซีรีย์ยอดฮิต 24 ที่ผู้ชมติดตามชมกันมากทั้งใน อเมริกาและประเทศไทยเรา

โดยส่วนตัวแล้วสายลมฯ ชอบคีย์เฟอร์มาก เรียกได้ว่าบางเรืองนั้ไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าเป็นเรืองอะไร เพียงแต่คีย์เฟอร์แสดงก็ต้องซื้อมาเก็บเอาไว้ก่อนแล้ว เพราะบทบาทการแสดงในหลาย ๆ เรืองของเขาแสดงได้อย่างถึงบทบาท แต่จะเป็นพระดารารุ่นนี้ เช่น เควิน เบคอน เหมือนโดนต้องสาปที่ไม่ว่าจะเล่นภาพยนต์มายาวนานเพียงใด แต่กลับไม่ค่อยโด่งดังมากนัก ยกเว้น จูเลีย โรเบิร์ต อดีตแฟนสาวของเขาเอง

นอกจากตัวคีย์เฟอร์เองแล้วสายลมฯ ยังชอบโดนัล หรือ ซุตเทอร์แลนผู้พ่อผู้มีหน้าตาเจ้าเล่ห์ด้วย ในเรื่องนี้คีย์เฟอร์ดูแก่ลงไปอย่างเห็นได้ชัด แต่หน้าตากลับไม่ได้เจ้าเล่ห์เหมือนซุตเทอร์แลนด์ผู้พ่อ แต่บทบาทในการแสดงเรืองนี้เรียกได้ว่าคีย์เฟอร์ตีได้แตกจนขาด ซึ่งหากเป็นนักแสดงท่านอื่นก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้ดีขนาดนี้

แม้นกระทั้งในฉากที่น่าเบื่อเช่นฉากการนำกระจกออกจากบ้านคีย์เฟอร์ก็ยังแสดงได้อย่างน่าติดตาม หรือฉากสุดท้ายที่ต้องการจะสื่อว่า วิญญาณของเขานั้นติดอยู่ในกระจก การแสดงออกทางสีหน้าและท่าทางก็สามารถสื่อออกมาได้อย่างง่ายดาย...

อย่าคิดว่าคุณอยู่คนเดียว....อย่าคิดว่าเงาในกระจกเป็นของคุณ