story

ส่วนเกิน

posted on 22 Feb 2008 16:22 by sailomteepanmaa in Story

 

 

"แต่งงานกับพี่นะ"

พี่นิจกอดฉันจากด้านหลัง ปลายจมูกฝังลงที่ต้นคอของฉันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ฉันเอียงคอหลับและหันหน้ากลับมาแต่ก็ยังไม่พ้นจากอ้อมกอดของพี่นิจ สองมือของฉันกันไม่ให้หน้าอกพี่นิจแนบชิดกับฉันจนเกินไป

พี่นิจยังไม่ยอมหยุดเขาก้มลงจูบฉันเนินนานก่อนที่จะเคลื่อนริมฝีปากและปลายจมูกมายังใบหูและต้นคอของฉันอีกครั้ง ความร้อนของลมหายใจทำเอาฉันทอดถอนหายใจ ความรู้สึกผ่อนคลายและเคลิบเคลิมยุติลง เมื่อมือของพี่นิจเลื่อนไหลลงไปยังบั่นท้ายและพยายามที่จะปลดกระโปรงของฉัน ฉันผลักพี่นิจออกเต็มแรง ใบหน้าตื่นตระหนก

พี่นิจมองหน้าฉัน  ฉันเห็นแววตัดพ้อและปวดร้าวในสายตา

"เปิ้ลรังเกียจพี่เหรอ" เสียงแผ่วเบาหลุดออกจากปาก

"เปล่าค่ะพี่" ฉันก้มหน้า

"แล้วทำไม" พี่นิจพยายามขยับเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง ในขณะที่ฉันขยับตัวหนี และเอ่ยปากลาพร้อมทั้งเดินออกมาจากห้องของพี่นิจ โดยมีพี่นิจเดินตามมาและคว้าข้อมือฉันไว้

"เปิ้ลมีใครอยู่หรือเปล่า ถึงทำแบบนี้กับพี่" พี่นิจเอ่ยถาม

"เปล่าค่ะ แต่เปิ้ลไม่ยังพร้อม"

"เปิ้ลไม่เคยพร้อมสำหรับพี่  ทั้ง ๆ ที่พี่รักเปิ้ลและต้องการแต่งงานกับเปิ้ลจริง ๆ" น้ำเสียงและใบหน้าแสดงความเจ็บปวดของพี่นิจทำให้ฉันหัวใจแทบสลาย

"พี่นิจค่ะ ปล่อยเปิ้ลเถิดค่ะ เปิ้ลอยากกลับบ้าน"

"เปิ้ลบอกพี่ก่อนสิว่าเพราะอะไร เปิ้ลถึงปฏิเสธพี่เรื่อยมา" ฉันยังคงมองหน้าพี่นิจน้ำตารินลงมายังสองแก้ม

"ให้เวลาเปิ้ลหน่อยสิค่ะพี่" ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้น

"นานแค่ไหนแล้วเปิ้ลที่เราคบกันมา นานแค่ไหนแล้ว ทำไมเปิ้ลถึงไม่เคยมอบหัวใจให้พี่เลย" เสียงพี่นิจสั่นเครือ

"ไม่เป็นไรเปิ้ล กลับไปเถอะ พี่ไม่ไปส่งนะ"

พี่นิจเบือนหน้าและปล่อยมือจากฉัน ก่อนที่จะปิดประตูตามหลังเมื่อฉันก้าวออกจากห้องมา

ฉันก้าวขึ้นรถแท็กซี่เพื่อเดินทางกลับยังอพาทเมนต์ เสียงพี่นิจก้องอยู่ในหู "นานแค่ไหนแล้ว" นานทีเดียวที่ฉันคบกับพี่นิจ

ฉันพบกับพี่นิจครั้งแรกที่หน้ามหาวิทยาลัยเมื่อฉันเป็นเฟรซซี่ปีหนึ่ง พี่นิจมายืนรอรถเมลล์อยู่หน้ามหาวิทยาลัยทุกวัน และเราพบกันทุกเช้า เริ่มจากการมองสบตากันและทักทายสุดท้ายก็ขยับมาเป็นเพื่อนรู้ใจ จนบัดนี้กว่าสามปีแล้วที่เราคบหากัน บ่อยครั้งที่พี่นิจพยายามจะครอบครองร่างกายของฉัน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธมาโดยตลอด

จนถึงวันนี้วันเกิดของฉัน พี่นิจซื้อแหวนให้และขอฉันแต่งงาน ฉันปล่อยใจล่องลอยไปกับความคิดคำนึงถึงเหตุการณ์ในอดีต จนรถแท็กซี่แล่นมาจอดยังหน้าอพาทเมนต์ ยังไม่ทันที่จะก้าวเข้าในห้อง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ฉันจำเสียงเรียกได้ดี พี่นิจนั้นเอง

ความรู้สึกดีใจจับเข้าหัวใจฉัน พี่นิจคงอภัยให้ฉันเหมือนอย่างที่เคยอภัย ฉันเปิดประตูห้องเข้าไปพร้อมกดรับสัญญาณโทรศัพท์นั่น

"เปิ้ล พี่มาคิดดูอีกที บางทีพี่อาจจะเร่งรัดเปิ้ลมากเกินไปในเรื่องนี้" เสียงพี่นิจกรอกมาตามสาย

"ไม่เป็นไรค่ะพี่นิจ" ฉันไม่สามารถปิดน้ำเสียงลิงโลดดีใจของฉันได้

"พี่มาคิดอีกที บางทีพี่อาจจะไม่เหมาะกับเปิ้ล ต่อไปนี้ขอให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้มั้ย" ฉันยิ้มค้างโทรศัพท์แทบหลุดจากมือ

"อะ อะไรนะค่ะพี่นิจ" ฉันเอ่ยถามเสียงสั่น

"พี่รู้ว่าเปิ้ลลำบากใจที่จะร่วมชีวิตกับพี่ พี่มันไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้เลยว่าจะทำให้เปิ้ลมีความสุขได้ เปิ้ลทั้งสาวทั้งสวย คงมีคนที่ดีกว่าพี่มาชอบเปิ้ลหลายคน ถ้าพี่เป็นเปิ้ลพี่ก็คงทำแบบเดียวกัน" เสียงพี่นิจสั่นเครือ

"พี่ตัดสินใจแล้วเปิ้ล พี่จะปล่อยเปิ้ลไป พี่จะไม่บังคับใจเปิ้ลอีก เปิ้ลจะได้ไม่ต้องลำบากใจ ต่อจากนี้ไปขอให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้นพอ" ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรลงไป สัญญาณโทรศัทพ์ของพี่นิจก็ถูกตัดไปเสียแล้ว

ฉันพยายามอย่างที่สุดที่จะต่อโทรศัพท์กลับไปหาพี่นิจแต่ไม่เป็นผล พี่นิจคงปิดโทรศัพท์เสียแล้ว ฉันโทรกลับเข้าไปที่ห้องหลายครั้งไม่มีใครรับสาย ฉันไม่รู้ว่าพี่นิจไปไหน อยู่ที่ใด และจะรู้หรือไม่ว่าฉันเสียใจอย่างที่สุดที่ไม่สามารถทำตามความต้องการของพี่นิจได้

ฉันร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด มือปะป่ายควานหาขวดเหล้าและขวดเบียร์ที่ตกเกลือนอยู่บนพื้น กี่คนแล้วนะที่จากฉันไปแบบนี้

ฉันหวนคำนึงในใจ ไม่ว่ากี่คน กี่คนที่คบกันทุกคนล้วนแต่จากฉันไปในลักษณะเดียวกัน ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่รัก ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ต้องการผูกพันธุ์กับพวกเขาเหล่านั้น ฉันอยากแต่งงานและมีครอบครัวเป็นของตัวเองที่สุด แต่ทำไมนะสุดท้ายพวกเขาก็ทิ้งฉันไปโดยไม่สนใจถึงเหตุผลที่ฉันไม่สามารถเอ่ยปากบอกพวกเขาได้เลยแม้นแต่น้อย ทำไมนะ

ฉันเดินโซซัดโซเซไปยังหน้ากระจกบานใหญ่ในห้อง ที่หน้ากระจกฉันเห็นหญิงสาวอายุราวยี่สิบเศษ รูปร่างหน้าตาสะสวย ฉันค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาที่รัดติ้วออกทีละเม็ดเผยให้เห็นเนินเนื้อที่อัดแน่นอยู่ในชุดชั้นในสีหวานตัวจิ๋ว ก่อนที่จะเอื่อมมือไปด้านหลังเพื่อปลดตะขอเสื้อชั้นในและถอดเหวี่ยงมันออกจากกาย

ฉันใช้สายตาชื่นชมรูปร่างและหน้าอกตนเอง มันบ่งบอกความเป็น "หญิง" ของตนได้อย่างเต็มภาคภูมิ ฉันก้มลงปลดตะขอกระโปรงที่พี่นิจพยายามจะปลดมันเมื่อตอนหัวค่ำ เพียงฉันปล่อยมือกระโปรงนักศึกษาสีดำตัวน้อยก็เคลื่อนตัวลงไปอยู่ยังปลายเท้า เผยให้เห็นกางเกงชั้นในตัวน้อย  และฉันบรรจงถอดมันออกจากร่างกาย

ฉันมองดูในกระจกสีหน้าและสายตารังเกียจปรากฏอยู่บนใบหน้า

เพราะแก เพราะแก ฉันไม่เคยต้องการแกเลยตลอดชีวิตที่ผ่านมาของ ทำไมพระเจ้าถึงต้องลงโทษฉันด้วย ทำไมพระเจ้าไม่ทำตามปรารถนาที่ฉันต้องการ พระเจ้าไม่เคยถามความสมัครใจของฉัน

วันนี้หละ ฉันจะกำจัดแกให้พ้นไปจากชีวิตฉัน มีดหั่นเนื้อสีขาววาววับ บ่งบอกความคมในมือฉันทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ไม่นานฉันก็ได้เห็นอวัยวะที่ไม่ต้องการของฉันก็หลุดร่วงไปจากร่างกาย พร้อมทั้งเสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวดของตัวเอง